สิทธิเยียวยาประกันสังคม ม.33, ม.39, ม.40: ใครได้บ้าง
สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราทุกคนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การเดินทาง หรือแม้แต่เรื่องปากท้อง รายได้ที่เคยมีก็อาจลดลงหรือหายไป ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับความยากลำบาก ในช่วงเวลาแบบนี้ “เงินเยียวยา” จึงกลายเป็นความหวังและกำลังใจสำคัญสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33, มาตรา 39 หรือมาตรา 40
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับเงินเยียวยาโควิด-19 สำหรับผู้ประกันตนทุกมาตรา โดยอ้างอิงข้อมูลที่ชัดเจนจากการแถลงการณ์ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น และสำนักงานประกันสังคม เราจะมาคลายข้อสงสัยกันว่า ใครได้เท่าไหร่? เมื่อไหร่จะได้? และคุณสมบัติของการเป็นผู้ประกันตนแต่ละมาตรานั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนและเตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้รับอย่างเต็มที่
ไขทุกข้อสงสัย! สิทธิเยียวยาโควิด-19 สำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33, 39 และ 40 พร้อมอัปเดตข้อมูลล่าสุด
1. เปิดประเด็น: ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ?
ลองจินตนาการถึงชีวิตที่ต้องหยุดชะงักกะทันหัน เพราะสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างโรคระบาดใหญ่ ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับการว่างงาน การลดชั่วโมงทำงาน หรือแม้แต่การถูกเลิกจ้าง ธุรกิจขนาดเล็กต้องปิดตัวลงชั่วคราว หรือบางรายก็ต้องปิดถาวร นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิติ แต่มันคือชีวิตของคนจริงๆ ที่กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน การที่ภาครัฐออกมาตรการเยียวยาจึงเป็นเหมือนการพยุงให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถประคองชีวิตต่อไปได้ และในฐานะผู้ประกันตน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในมาตราไหน การรู้สิทธิของตัวเองถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันคือเงินที่คุณควรจะได้รับเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตนี้
2. ทำความเข้าใจกันก่อน: ผู้ประกันตนแต่ละมาตราคือใครกันแน่?
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่องเงินเยียวยา เรามาทำความรู้จักกับประเภทของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมกันก่อนดีกว่า หลายคนอาจจะยังสับสนว่าตัวเองอยู่ในมาตราไหน หรือแต่ละมาตรานั้นแตกต่างกันอย่างไร มาดูกันชัดๆ เลย!
2.1 ผู้ประกันตนมาตรา 33: หัวใจหลักของระบบประกันสังคม
พูดง่ายๆ ก็คือ “ลูกจ้าง” ทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันนี่แหละครับ ถ้าคุณทำงานในบริษัท ห้างร้าน หรือโรงงาน แล้วมีนายจ้างเป็นผู้ส่งเงินสมทบประกันสังคมให้ คุณก็คือผู้ประกันตนมาตรา 33 ครับ ถือเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในระบบประกันสังคมเลยก็ว่าได้ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับก็ครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ว่างงาน หรือแม้กระทั่งชราภาพ
2.2 ผู้ประกันตนมาตรา 39: สะพานเชื่อมการคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 คือกลุ่มคนที่ “เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน” ครับ แต่ตอนนี้อาจจะลาออกจากงานประจำแล้ว หรือไม่ได้ทำงานกับนายจ้างแล้ว แต่ยังอยากรักษาสิทธิประกันสังคมอยู่ ก็สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้เอง โดยจ่ายเงินสมทบเองทุกเดือน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องในเรื่องของสุขภาพ บำนาญ และอื่นๆ เหมือนเดิม ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรักษาสิทธิประโยชน์ที่เคยมี
2.3 ผู้ประกันตนมาตรา 40: อิสระชนก็มีสิทธิคุ้มครอง!
กลุ่มนี้คือ “แรงงานอิสระ” หรือ “ผู้ประกอบอาชีพอิสระ” ครับ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ เกษตรกร หรือใครก็ตามที่ไม่มีนายจ้าง ไม่มีลูกจ้าง และทำงานแบบอิสระ ก็สามารถเลือกสมัครเข้าสู่ระบบประกันสังคมภาคสมัครใจในมาตรา 40 นี้ได้ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองในด้านต่างๆ เช่น เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต หรือแม้กระทั่งบำนาญในบางทางเลือก ถือเป็นหลักประกันที่ดีสำหรับคนที่ประกอบอาชีพอิสระซึ่งอาจไม่มีสวัสดิการแบบพนักงานประจำ
3. เงินเยียวยาโควิด-19 คืออะไร? และทำไมต้องมี?
ช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นก็คือ “เงินเยียวยาโควิด-19” ที่จ่ายให้กับผู้ประกันตน ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรคต่างๆ เช่น การล็อกดาวน์ การจำกัดการเดินทาง หรือการปิดกิจการชั่วคราว เงินก้อนนี้มีวัตถุประสงค์หลักๆ คือเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ให้พอมีเงินจับจ่ายใช้สอยประคองตัวไปได้ในช่วงเวลาที่รายได้หดหายหรือไม่มีรายได้เลย
4. เจาะลึก! สิทธิเยียวยามาตรา 33: คุณได้เท่าไหร่? เมื่อไหร่ได้?
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ถือเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับการพิจารณาเยียวยา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดกิจการหรือจำกัดการดำเนินงาน
4.1 ใครบ้างที่ได้รับเงินเยียวยามาตรา 33?
โดยหลักแล้ว เงินเยียวยาสำหรับมาตรา 33 จะเน้นไปที่ “ลูกจ้างที่ทำงานในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม” ที่รัฐบาลประกาศเพิ่มเติม และ “ลูกจ้างใน 9 กิจการ” ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ ตัวอย่างเช่น กลุ่มกิจการร้านอาหาร ก่อสร้าง โรงแรม และบริการต่างๆ เป็นต้น
4.2 กำหนดการโอนเงินเยียวยามาตรา 33 ที่ต้องรู้!
ในช่วงแรกของการเยียวยา ลูกจ้างมาตรา 33 ใน 10 จังหวัดแรกที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม กำหนดการโอนเงินจะอยู่ระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2564 โดยเงินจะถูกทยอยโอนเข้าบัญชี “พร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน” ส่วนลูกจ้างมาตรา 33 ในอีก 3 จังหวัดสีแดงเข้มที่ประกาศเพิ่มเติม ก็จะได้รับการโอนเงินในวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ต่อไป
4.3 อัปเดตล่าสุด! มาตรา 33 ได้เพิ่มอีกไหม?
มีข่าวดีสำหรับลูกจ้างมาตรา 33 ใน 13 จังหวัดสีแดงเข้มครับ! คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการเยียวยาออกไปอีก 1 เดือน ทำให้ลูกจ้างในพื้นที่ดังกล่าวได้รับเงินรวมเป็น 2 เดือน หรือคิดเป็นเงินรวม 5,000 บาท (เดือนละ 2,500 บาท) ซึ่งนี่เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าภาครัฐยังคงติดตามสถานการณ์และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
5. สิทธิเยียวยามาตรา 39 และ 40: รอคอยอย่างมีความหวัง
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานอิสระและผู้ที่เคยทำงานประจำมาก่อน ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน และอยู่ในกระบวนการพิจารณาเงินเยียวยาเช่นกันครับ
5.1 กระบวนการเบื้องหลัง: เงินเยียวยาเดินทางมาอย่างไร?
คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมเงินเยียวยาของมาตรา 39 และ 40 ถึงใช้เวลานานกว่าจะอนุมัติ นั่นเป็นเพราะมีขั้นตอนที่ต้องผ่านหลายหน่วยงานครับ เริ่มตั้งแต่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประชุมร่วมกับคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้และกระทรวงการคลัง จากนั้นก็จะมีการเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขออนุมัติ พอ ครม. อนุมัติแล้ว ก็จะส่งเรื่องต่อไปยังกรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณ เพื่อจัดสรรงบประมาณ ก่อนจะโอนมาให้กระทรวงแรงงาน ซึ่งจะทำการจ่ายเงินผ่าน “พร้อมเพย์” ที่ผูกกับบัตรประชาชนให้กับผู้ประกันตนโดยตรง กระบวนการนี้อาจจะซับซ้อนไปบ้าง แต่ก็เพื่อความรอบคอบและถูกต้องของการใช้งบประมาณแผ่นดินครับ
5.2 เงินเข้าบัญชีเมื่อไหร่? มาตรา 39 และ 40 เตรียมพร้อม!
จากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับจากสำนักงานประกันสังคม คาดว่าการโอนเงินเยียวยาสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 จะเริ่มโอนได้ประมาณวันที่ 24 สิงหาคม 2564 นี้ครับ ดังนั้น หากคุณเป็นผู้ประกันตนในสองมาตรานี้ ก็เตรียมตัวตรวจสอบบัญชีได้เลย
5.3 ข้อควรรู้ก่อนรับเงิน: พร้อมเพย์สำคัญแค่ไหน?
สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องจำไว้เลยคือ “การผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน” ครับ! ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกันตนมาตราไหนก็ตาม การรับเงินเยียวยาครั้งนี้จะโอนผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชนเท่านั้น เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดข้อผิดพลาด สำนักงานประกันสังคมและกระทรวงแรงงานแนะนำให้ผู้ประกันตนและนายจ้างบุคคลธรรมดาทุกคนผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนไว้ให้เรียบร้อยกับทุกธนาคารที่คุณมีบัญชี เพราะถ้าไม่มีพร้อมเพย์ เงินก็จะไม่สามารถโอนเข้าบัญชีคุณได้นะครับ!
6. สมัครมาตรา 40 ตอนนี้ยังทันไหม? คุณสมบัติมีอะไรบ้าง?
สำหรับใครที่เป็นแรงงานอิสระและยังไม่ได้สมัครมาตรา 40 อาจจะสงสัยว่าตอนนี้ยังสมัครได้อยู่ไหม? และถ้าสมัครแล้วจะได้รับสิทธิ์เยียวยาโควิด-19 ด้วยหรือไม่? คำตอบคือ “ยังสามารถสมัครได้” แต่การรับสิทธิ์เยียวยาโควิด-19 นั้นมักจะพิจารณาจากฐานข้อมูล ณ วันที่กำหนด ดังนั้น การสมัครหลังจากนั้นอาจไม่ทันรอบการเยียวยาในครั้งนี้ครับ อย่างไรก็ตาม การสมัครมาตรา 40 ยังคงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับหลักประกันในชีวิตของคุณในระยะยาว
6.1 คุณสมบัติสำคัญของ “แรงงานอิสระ” ที่สมัคร ม.40 ได้
การสมัครมาตรา 40 นั้นมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างยืดหยุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบเข้าถึงสวัสดิการได้มากขึ้น มาดูกันว่าคุณสมบัติมีอะไรบ้าง:
- มีสัญชาติไทย: อันนี้ชัดเจนครับ ต้องเป็นคนไทย
- อายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์: ช่วงอายุที่กว้างมาก ทำให้คนส่วนใหญ่สมัครได้
- เป็นแรงงานอิสระหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ: หัวใจสำคัญของมาตรานี้ คือคุณต้องไม่มีนายจ้าง ไม่มีลูกจ้างเป็นของตัวเอง
- ไม่เป็นลูกจ้างในบริษัท ห้างร้าน โรงงาน (ม.33): ถ้าคุณเป็นลูกจ้างประจำอยู่แล้ว คุณก็คือมาตรา 33 ไม่ต้องสมัครมาตรา 40 ครับ
- ไม่เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ (ม.39): ถ้าคุณเคยเป็นมาตรา 33 แล้วลาออก แล้วมาสมัครมาตรา 39 แล้ว ก็ไม่ต้องสมัครมาตรา 40 ซ้ำครับ
- ไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ: กลุ่มนี้มีสวัสดิการของตัวเองอยู่แล้ว
- ผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยขึ้นต้นด้วยเลข 0, 6, 7 (ยกเว้นขึ้นต้นด้วย 000): ข้อนี้สำคัญสำหรับแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย
- ผู้พิการที่รับรู้สิทธิก็สมัครได้: เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้าถึงสิทธิประกันสังคมได้
6.2 เช็กเลย! ใครที่ไม่สามารถสมัครมาตรา 40 ได้?
จากคุณสมบัติข้างต้น ก็พอจะสรุปได้ว่า กลุ่มที่ไม่สามารถสมัครมาตรา 40 ได้ คือผู้ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของระบบประกันสังคมมาตราอื่นอยู่แล้ว เช่น ลูกจ้างมาตรา 33, ผู้ประกันตนมาตรา 39, ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงผู้ที่อายุเกิน 65 ปีบริบูรณ์แล้วด้วยครับ
7. ทางเลือกการจ่ายเงินสมทบมาตรา 40: คุ้มครองชีวิตในแบบของคุณ
สิ่งที่ทำให้มาตรา 40 น่าสนใจก็คือ มีทางเลือกในการจ่ายเงินสมทบและรับสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย ให้คุณเลือกได้ตามความต้องการและความสามารถในการจ่ายครับ โดยปกติแล้วมี 3 ทางเลือกหลักๆ ดังนี้:
7.1 ทางเลือกที่ 1: คุ้มครองเบื้องต้นสำหรับยามฉุกเฉิน
- จ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน: ทางเลือกนี้เน้นการคุ้มครองพื้นฐานสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
- สิทธิประโยชน์: คุณจะได้รับความคุ้มครองในกรณี เจ็บป่วย (ค่ารักษาพยาบาล), ทุพพลภาพ (เงินทดแทนเมื่อไม่สามารถทำงานได้), และ เสียชีวิต (ค่าทำศพ)
7.2 ทางเลือกที่ 2: เพิ่มเติมความมั่นคงในวัยชรา
- จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน: ทางเลือกนี้เพิ่มความคุ้มครองเรื่องบำนาญเข้ามา
- สิทธิประโยชน์: คุณจะได้รับความคุ้มครองในกรณี เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต และที่สำคัญคือ ชราภาพ (เงินบำนาญเมื่อเกษียณอายุ)
7.3 ทางเลือกที่ 3: ครบวงจรเพื่อชีวิตที่อุ่นใจ
- จ่ายเงินสมทบ 300 บาทต่อเดือน: ทางเลือกนี้ให้การคุ้มครองที่ครบวงจรที่สุด
- สิทธิประโยชน์: คุณจะได้รับความคุ้มครองในกรณี เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, ชราภาพ และเพิ่มพิเศษคือ สงเคราะห์บุตร (เงินช่วยเหลือสำหรับบุตร)
8. อัตราเงินสมทบมาตรา 40 ลดแล้ว! โอกาสดีช่วงโควิด-19
ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนัก เพื่อลดภาระของประชาชน รัฐบาลได้มีมาตรการพิเศษคือ “ลดอัตราเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 ลง 40% เป็นระยะเวลา 6 เดือน” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 ถึง 31 มกราคม 2565 ทำให้เงินที่คุณต้องจ่ายต่อเดือนลดลงไปเยอะเลยครับ!
- ทางเลือกที่ 1: จาก 70 บาท เหลือ 42 บาท
- ทางเลือกที่ 2: จาก 100 บาท เหลือ 60 บาท
- ทางเลือกที่ 3: จาก 300 บาท เหลือ 180 บาท
นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจสมัครมาตรา 40 หรือผู้ที่สมัครอยู่แล้วจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปอีก พร้อมกับยังคงได้รับความคุ้มครองตามเดิม
9. มีคำถาม? ประกันสังคมพร้อมตอบ!
หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ หรือการรับเงินเยียวยา ไม่ต้องลังเลที่จะสอบถามครับ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน มีสายด่วนพร้อมให้บริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุดราชการ! คุณสามารถโทรไปที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ได้เลยครับ เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณทุกเมื่อ
บทความที่น่าสนใจ
บทสรุป: ก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน
การระบาดของโควิด-19 เป็นบททดสอบครั้งใหญ่สำหรับพวกเราทุกคน แต่ท่ามกลางวิกฤต เราก็ได้เห็นความพยายามของภาครัฐในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าคุณจะอยู่ในมาตรา 33, 39 หรือ 40 สิทธิเยียวยาเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยให้เราประคองตัวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่คุณต้องรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง อัปเดตอยู่เสมอ และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะเรื่องของการผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะนั่นคือประตูสู่เงินเยียวยาที่คุณควรจะได้รับ
หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยคลายข้อสงสัยของคุณได้ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัย และเราจะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
FAQ 1: หากยังไม่ผูกพร้อมเพย์ จะได้รับเงินเยียวยาไหม? คำตอบ: ไม่ได้รับครับ! สำนักงานประกันสังคมจะโอนเงินเยียวยาผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนเท่านั้น หากยังไม่ได้ผูก คุณต้องรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิครับ
FAQ 2: ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ทำงานในจังหวัดที่ไม่ใช่พื้นที่สีแดงเข้ม ได้รับเงินเยียวยาด้วยหรือไม่? คำตอบ: โดยหลักแล้ว เงินเยียวยามาตรา 33 จะเน้นไปที่ผู้ประกันตนที่ทำงานในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้มและกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค หากคุณอยู่นอกพื้นที่หรือกิจการที่กำหนด อาจไม่ได้รับสิทธิในรอบนี้ แต่ควรติดตามข่าวสารจากประกันสังคมอย่างใกล้ชิดครับ
FAQ 3: หากสมัครมาตรา 40 ตอนนี้ จะได้รับเงินเยียวยาโควิด-19 ด้วยหรือไม่? คำตอบ: การพิจารณาสิทธิ์เยียวยาโควิด-19 มักจะอ้างอิงข้อมูลผู้ประกันตน ณ วันที่กำหนด ดังนั้น หากคุณสมัครมาตรา 40 หลังจากช่วงเวลาที่กำหนด อาจไม่ได้รับเงินเยียวยาในรอบนี้ครับ อย่างไรก็ตาม การสมัครมาตรา 40 ยังคงเป็นสิ่งที่ดีเพื่อสิทธิประโยชน์ในระยะยาว
FAQ 4: จะตรวจสอบสิทธิ์เงินเยียวยาได้อย่างไร? คำตอบ: คุณสามารถตรวจสอบสิทธิ์เงินเยียวยาได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม หรือโทรสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ครับ ควรเตรียมข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน ไว้ให้พร้อม
FAQ 5: หากเงินเยียวยาไม่เข้าบัญชี ควรทำอย่างไร? คำตอบ: อันดับแรก ให้ตรวจสอบว่าคุณได้ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนเรียบร้อยแล้วหรือไม่ และข้อมูลถูกต้องหรือไม่ หากทุกอย่างเรียบร้อยแต่เงินยังไม่เข้า ให้ติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานะและให้คำแนะนำต่อไปครับ
ขอบคุณข้อมูลและอ่านข่าวเต็มๆที่ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/952525
ที่มา – สำนักงานประกันสังคม


