คู่มือการใช้งาน FIRM ขั้นตอนที่ 1 แนะนำ
ขั้นตอนที่ 1 แนะนำ ดูวิธีใช้ WisdomFirm ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในคู่มือด่วนของเรา สำหรับข้อมูลสนับสนุนและคำอธิบายโดยละเอียด โปรดดูคู่มือสำหรับการใช้งาน
รายละเอียด คู่มือการใช้งาน FIRM ขั้นตอนที่ 1
-Terms and Meaning : ศัพท์เฉพาะและความหมาย
-Interface
-Login
ปลดล็อกประสิทธิภาพ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สู่การใช้งานระบบ FIRM (WISDOMFIRM) อย่างมืออาชีพ
เคยไหมที่รู้สึกว่าการบริหารจัดการข้อมูลในบริษัทมันช่างวุ่นวายเหลือเกิน? ไหนจะเอกสารกองโต ไหนจะข้อมูลที่กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ทำให้เสียเวลาและปวดหัวกับการตามหาสิ่งที่ต้องการไปซะหมด? ถ้าคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ล่ะก็ วันนี้เรามีฮีโร่ที่จะมาช่วยชีวิตคุณครับ! นั่นก็คือ ระบบ FIRM หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ WISDOMFIRM นั่นเอง! ผมจะพาคุณไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของระบบนี้ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพราวกับมืออาชีพ!
ทำความรู้จัก FIRM: เพื่อนคู่คิดดิจิทัลของธุรกิจคุณ
ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า FIRM คืออะไร และทำไมมันถึงได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่หลายๆ ธุรกิจยุคใหม่กำลังมองหา มันไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ธรรมดาๆ แต่มันคือแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อรวมศูนย์การจัดการข้อมูลและการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว ทำให้คุณและทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด ลองนึกภาพดูสิว่าถ้าทุกอย่างเป็นระบบ ทุกคนรู้หน้าที่ และข้อมูลก็พร้อมใช้งานตลอดเวลา การตัดสินใจทางธุรกิจของคุณจะแม่นยำขึ้นแค่ไหน?
FIRM คืออะไร และทำไมคุณถึงต้องใช้?
FIRM ย่อมาจากอะไรนั้น ไม่ใช่ประเด็นหลักเท่ากับว่ามันทำอะไรให้เราได้บ้างใช่ไหมครับ? จริงๆ แล้ว FIRM หรือ WISDOMFIRM คือระบบจัดการข้อมูลและกระบวนการทำงานที่ครอบคลุมหลายส่วนของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารทรัพยากรบุคคล การติดตามสถานะโครงการ การจัดการข้อมูลลูกค้า หรือแม้แต่การคำนวณค่าแรงและค่าใช้จ่ายต่างๆ เป้าหมายสูงสุดของ FIRM คือการลดความซับซ้อน เพิ่มความรวดเร็ว และทำให้ข้อมูลที่จำเป็นอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้วคุณเสมอ ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการค้นหาเอกสารเก่าๆ หรือสร้างตารางคำนวณใหม่ทุกครั้งอีกต่อไป!
ปฐมบท: คำศัพท์และนิยามที่ควรรู้ก่อนลุย
ก่อนที่เราจะดำดิ่งลงไปในรายละเอียดของระบบ เรามาทำความเข้าใจ “ภาษา” ของ FIRM กันก่อนดีกว่าครับ เหมือนกับการที่เราจะไปเที่ยวต่างประเทศ เราก็ต้องรู้คำศัพท์พื้นฐานบ้าง จริงไหม? การรู้คำศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการทำงานของระบบได้รวดเร็วขึ้นเยอะเลย
ศัพท์พื้นฐานที่ใช้บ่อยในระบบ FIRM
- ปฏิทิน (Calendar): ไม่ใช่แค่ปฏิทินตั้งโต๊ะธรรมดาๆ นะครับ แต่มันคือปฏิทินที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมต่างๆ ในระบบ
- ลูกค้า (Client): แน่นอนครับ ก็คือลูกค้าของคุณนั่นแหละ
- ค่าตอบแทน (Compensation): ข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้าง สวัสดิการ หรือค่าตอบแทนต่างๆ ของพนักงาน
- ที่ปรึกษา (Consultant): บุคลากรหรือบริษัทที่ปรึกษาที่คุณทำงานด้วย
- FARM/โครงการ FARM (FARM/FARM Project): ชื่อเฉพาะของโครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบ
- ค่าแรง (Labour Cost): ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน แบ่งเป็น “ค่าแรงทางตรง (Direct Labour)” ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการ และ “ค่าแรงทางอ้อม (Indirect Labour)” ที่เป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนทั่วไป
- ข้อมูลหลัก (Main Data): ข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญของระบบ
- โครงการ (Project): งานหรือกิจกรรมที่บริษัทดำเนินการ
- รายงาน (Report): ผลสรุปข้อมูลต่างๆ ที่ระบบจัดเตรียมให้
- ตนเอง (Self): มักจะหมายถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเอง
- เอกสาร (Document): ไฟล์หรือข้อมูลในรูปแบบเอกสารต่างๆ
- พนักงาน (Staff): บุคลากรของบริษัท
ขุมทรัพย์ข้อมูล: FIRM จัดเก็บอะไรให้คุณบ้าง?
ระบบ FIRM เป็นเหมือนสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่เก็บข้อมูลสำคัญๆ ของธุรกิจคุณไว้มากมาย เพื่อให้คุณสามารถดึงข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลา ลองมาดูกันว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่ FIRM พร้อมจะดูแลให้คุณ:
- ข้อมูลวันหยุดประจำปี (Calendar): เพื่อให้คุณและทีมทราบว่ามีวันหยุดเมื่อไหร่บ้าง จะได้วางแผนการทำงานได้ถูก
- ข้อมูลลูกค้า (Client): รายละเอียดของลูกค้าทั้งหมด เพื่อให้การติดต่อประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่น
- ข้อมูลค่าตอบแทนพนักงาน (Compensation): จัดการเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการพนักงานได้อย่างเป็นระบบ
- ข้อมูลบริษัทที่ปรึกษา (Consultant): รายละเอียดของบริษัทที่ปรึกษาที่คุณทำงานร่วมด้วย
- ข้อมูลค่าแรง (Labour Cost): ทั้งค่าแรงทางตรงและทางอ้อม รวมถึงข้อมูลค่าแรงที่ทำในแต่ละโครงการ และค่าแรงที่ทำให้บริษัทโดยรวม
- ข้อมูลทั่วไป (Main Data): ข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน
- ข้อมูลโครงการ (Project): รายละเอียดของทุกโครงการที่คุณกำลังดำเนินอยู่
รายงานที่ FIRM จัดให้: กุญแจสู่การตัดสินใจที่ชาญฉลาด
FIRM ไม่ได้แค่เก็บข้อมูลอย่างเดียวนะครับ แต่ยังสามารถแปลงข้อมูลดิบเหล่านั้นให้กลายเป็นรายงานที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นอีกด้วย ลองดูประเภทรายงานที่คุณจะเจอ:
- รายงานผลข้อมูล (Report): ภาพรวมของข้อมูลที่คุณสนใจ
- ใบบันทึกเวลาของทีม (Team Time Sheet): ดูว่าทั้งทีมใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง
- ใบบันทึกเวลา (Timesheet): รายละเอียดการบันทึกเวลาทำงานของแต่ละบุคคล
- รายงานประจำวัน (Daily Report): สรุปกิจกรรมประจำวัน
- มุมมองสัปดาห์ส่วนบุคคล (Personal Week View): ดูภาพรวมการทำงานของตัวเองในรอบสัปดาห์
- มุมมองเดือนส่วนบุคคล (Personal Month View): ดูภาพรวมการทำงานของตัวเองในรอบเดือน
เข้าใจประเภทงานใน FIRM: จัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
FIRM เข้าใจดีว่างานมีหลากหลายประเภท จึงได้แบ่งหมวดหมู่ไว้ให้ชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถบันทึกและจัดการเวลาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
- ข้อมูลเวลาการทำงานในแต่ละวันจำแนกตามรายสัปดาห์และรายเดือน: ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมการใช้เวลาอย่างชัดเจน
- การอนุมัติข้อมูลเวลาการทำงาน: ระบบมีกระบวนการอนุมัติเพื่อให้ข้อมูลการทำงานถูกต้องและน่าเชื่อถือ
- ประเภทของงาน 4 ประเภทหลัก:
- งานที่มีลักษณะเป็นโครงการซึ่งทำให้กับลูกค้า: คือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการของลูกค้าโดยตรง
- งานเบ็ดเตล็ด และงานส่วนกลางของบริษัท: งานจิปาถะ หรืองานบริหารภายในที่ไม่ใช่โครงการโดยตรง
- การลางาน: บันทึกการลาหยุดประเภทต่างๆ
- ชั่วโมงที่ไม่ได้ทำงานซึ่งอยู่ในเวลางาน (สำหรับพนักงานไม่ประจำ): สำหรับพนักงานที่ไม่ได้ทำงานเต็มเวลา แต่มีเวลาทำงานที่ต้องบันทึก
เดินหน้าไปกับ FIRM: ส่วนต่อประสานผู้ใช้ (User Interface) ที่เข้าใจง่าย
สิ่งที่ทำให้ FIRM น่าใช้งานไม่ใช่แค่ฟังก์ชันที่ครบครันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน้าตาของระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมือนกับการจัดวางข้าวของในบ้านให้เป็นระเบียบ ทำให้คุณหาอะไรก็เจอและหยิบใช้ได้สะดวกนั่นเอง! ส่วนต่อประสานผู้ใช้ (Interface) ของ FIRM แบ่งออกเป็นสามส่วนหลักๆ ให้คุณเข้าใจและใช้งานได้ทันที
ส่วนหัวของหน้าจอ: ข้อมูลด่วนและปุ่มลัดสู่ความปลอดภัย
ลองสังเกตที่ด้านบนสุดของหน้าจอเมื่อคุณเข้าสู่ระบบ คุณจะเห็นชื่อบริษัทของคุณอยู่ทางด้านซ้ายมือ และทางด้านขวา คุณจะเห็นชื่อบัญชีผู้ใช้ของคุณ พร้อมกับปุ่ม “Log out” ส่วนนี้อาจจะดูเรียบง่าย แต่สำคัญมากๆ ครับ เพราะการกด “Log out” ทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ เป็นการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบริษัทของคุณให้ดีที่สุด เหมือนกับการปิดประตูบ้านทุกครั้งก่อนออกจากบ้านนั่นแหละครับ!
แถบเมนูด้านซ้าย: ประตูสู่ทุกฟังก์ชันสำคัญ
ถัดมาที่ด้านซ้ายของหน้าจอ คุณจะพบกับเมนูนำทาง (Navigation Menu) ซึ่งเป็นเหมือนแผนที่นำทางให้คุณไปยังส่วนต่างๆ ของระบบได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องหลงทางเลยครับ! เมนูหลักๆ ที่คุณจะเจอได้แก่:
- TIMESHEET: สำหรับบันทึกเวลาการทำงานของคุณ
- REPORT: สำหรับดูรายงานต่างๆ ที่ระบบสร้างให้
- MAIN DATA: สำหรับจัดการข้อมูลหลักของบริษัท
แค่คลิกไม่กี่ครั้ง คุณก็สามารถเข้าถึงฟังก์ชันที่คุณต้องการได้ทันที!
หน้าต่างแสดงผล: ศูนย์กลางข้อมูลที่คุณต้องการ
ส่วนที่ใหญ่ที่สุดตรงกลางหน้าจอนี่แหละครับคือ “หน้าต่างแสดงผล” (Display Window) ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมดตามที่คุณเลือกจากเมนูนำทางด้านซ้ายมือ มันคือพื้นที่ทำงานหลักของคุณ เหมือนกับโต๊ะทำงานของคุณนั่นแหละครับ ไม่ว่าคุณจะเลือกดู Timesheet ดูรายงาน หรือจัดการข้อมูลหลัก ข้อมูลทั้งหมดก็จะปรากฏขึ้นที่นี่ เพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เริ่มต้นการเดินทางกับ FIRM: การเข้าสู่ระบบและหน้าแรก
เอาล่ะครับ เมื่อเข้าใจภาพรวมของระบบแล้ว เรามาเริ่มใช้งานจริงกันเลยดีกว่า! เหมือนกับการเปิดประตูบ้านเข้าไปนั่นแหละครับ ขั้นตอนแรกที่เราต้องทำคือ “การเข้าสู่ระบบ”
ขั้นตอนง่ายๆ ในการเข้าสู่ระบบ FIRM
การเข้าสู่ระบบ FIRM นั้นง่ายแสนง่ายครับ! เมื่อคุณเปิดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของ FIRM ขึ้นมา คุณจะเห็นหน้าจอ “Log in Screen” สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ:
- ป้อน Username ที่ได้รับจาก System Admin
- ป้อน Password ที่ได้รับจาก System Admin
- คลิกปุ่ม Log in เพื่อเข้าสู่ระบบ
ง่ายใช่ไหมล่ะครับ? แค่นี้คุณก็พร้อมที่จะดำดิ่งสู่โลกของการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพแล้ว!
ทำความเข้าใจหน้าแรก (Dashboard): แดชบอร์ดส่วนตัวของคุณ
หลังจากที่คุณเข้าสู่ระบบสำเร็จ คุณจะพบกับหน้า “Home” หรือ “Summary Page” ซึ่งเป็นเหมือนแดชบอร์ดส่วนตัวของคุณ หน้านี้จะแสดงข้อมูลสรุปที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อคุณในทันที เปรียบเสมือนป้ายบอกทางที่ช่วยให้คุณรู้ว่าตอนนี้สถานะต่างๆ ของงานเป็นอย่างไรบ้าง
Pending Days: อย่าให้งานค้าง!
ส่วนแรกที่คุณจะสังเกตเห็นได้ง่ายบนหน้า Home คือข้อมูล “Your Pending Day” ซึ่งจะบอกว่าคุณยังไม่ได้กรอก Timesheet (ใบบันทึกเวลา) ไปกี่วันแล้ว ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบให้งานค้างคาก็ต้องรีบจัดการเลยนะครับ! แต่ถ้าคุณกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ตรงนี้ก็จะแสดงเป็น “0 day” ให้คุณสบายใจ หน้านี้ยังแสดงรายชื่อพนักงานและชื่อเล่น โดยเรียงลำดับจากคนที่มี Pending Days มากที่สุดลงไปจนถึงคนที่ไม่มีค้างกรอกเลยด้วย มันช่วยให้ทุกคนในทีมรู้สถานะของกันและกัน และกระตุ้นให้เราไม่ลืมบันทึกเวลาที่ทำงานไป!
ตัวเลขสำคัญของบริษัท: มองเห็นภาพรวมได้ชัดเจน
นอกจากข้อมูลส่วนตัวแล้ว หน้า Summary Page ยังแสดงตัวเลขสำคัญต่างๆ ที่เป็นภาพรวมของบริษัทอีกด้วย นี่คือข้อมูลที่คุณไม่ควรพลาด:
- Average age: อายุเฉลี่ยของพนักงานทั้งหมดในบริษัท
- Average Time with firm: อายุงานเฉลี่ยของพนักงานทั้งหมดในบริษัท
- Contract value: มูลค่าสัญญารวมของทุกโครงการที่บริษัทได้เซ็นสัญญาแล้ว
- Pursuit value: มูลค่าของโครงการที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอ Proposal และรอการเซ็นสัญญา
- No. of Contract: จำนวนโครงการที่บริษัทได้เซ็นสัญญาไปแล้ว
- No. of Pursuit: จำนวนโครงการที่กำลังอยู่ในระหว่างการนำเสนอ Proposal และรอการเซ็นสัญญา
- No. of staff: จำนวนพนักงานทั้งหมดที่อยู่ในระบบ FIRM
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเหมือนชีพจรของบริษัท ทำให้ผู้บริหารและพนักงานสามารถเข้าใจสถานะปัจจุบันขององค์กรได้ในพริบตาเดียว!
การแจ้งเตือนสำหรับผู้จัดการโครงการ: FIRM ช่วยให้การเก็บเงินง่ายขึ้น!
FIRM ไม่ได้แค่ช่วยบริหารงานภายในเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการจัดการด้านการเงินด้วย! โดยเฉพาะฟังก์ชัน “Project Manager Reminder” ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยเตือนฝ่ายการเงิน (ซึ่งมักจะเป็น System Admin) ว่างานในโครงการนั้นๆ ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้ทันที!
ใครเป็นคนทำหน้าที่นี้? ก็คือผู้จัดการโครงการ (Project Manager) นั่นเองครับ! เมื่อผู้จัดการโครงการเข้าไปตรวจสอบและทำเครื่องหมายที่งวดงานนั้นๆ (Phase) ในส่วนของ Project Master Sheet Part 4 Schedule ระบบก็จะส่งสัญญาณเตือนไปยังฝ่ายการเงินทันที เหมือนมีคนมาสะกิดบอกว่า “เฮ้ย! ถึงเวลาเก็บเงินแล้วนะ!” ทำให้กระบวนการเรียกเก็บเงินเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ตกหล่น ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้กระแสเงินสดของบริษัทไหลลื่นไม่มีสะดุดเลยทีเดียว
FIRM: เครื่องมือที่จะปฏิวัติการทำงานของคุณ
เป็นอย่างไรบ้างครับกับภาพรวมของระบบ FIRM (WISDOMFIRM)? ผมหวังว่าคู่มือฉบับย่อนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการทำงานและส่วนต่างๆ ของระบบได้ดียิ่งขึ้นนะครับ FIRM ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ แต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยให้การทำงานของคุณเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ลดความผิดพลาด ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน ลองนึกภาพดูสิว่าเมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกจัดเก็บอย่างดี การสื่อสารระหว่างทีมก็ราบรื่น และการตัดสินใจก็อิงจากข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ ธุรกิจของคุณจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน? ถ้าคุณอยากเห็นธุรกิจของคุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ ลองเปิดใจให้กับ FIRM แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตการทำงานที่ดีขึ้นนั้นเป็นไปได้จริง!
บทความที่น่าสนใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับระบบ FIRM (WISDOMFIRM)
- Q: FIRM แตกต่างจากโปรแกรมบันทึกเวลาทั่วไปอย่างไร? A: FIRM ไม่ได้เป็นแค่โปรแกรมบันทึกเวลาเท่านั้นครับ แต่เป็นระบบบริหารจัดการที่ครบวงจรกว่ามาก นอกจาก Timesheet แล้ว ยังรวมถึงการจัดการข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลพนักงาน, ข้อมูลค่าตอบแทน, ข้อมูลโครงการ, การแจ้งเตือนสำหรับผู้จัดการโครงการ และรายงานต่างๆ ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของธุรกิจในหลายมิติ ทำให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเยอะเลยครับ
- Q: ถ้าฉันเป็นพนักงานใหม่ จะเริ่มต้นใช้งาน FIRM ได้อย่างไร? A: ง่ายมากๆ เลยครับ! สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือขอ Username และ Password จาก System Admin ของบริษัท หลังจากนั้นก็แค่เข้าสู่หน้าจอ Log in Screen ของ FIRM ป้อนข้อมูลที่คุณได้รับ แล้วคลิกปุ่ม Log in เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมที่จะสำรวจโลกของ FIRM แล้วครับ!
- Q: “Pending Day” ในหน้าแรกหมายถึงอะไร และฉันควรทำอย่างไร? A: “Pending Day” หมายถึงจำนวนวันที่คุณยังไม่ได้กรอกใบบันทึกเวลา (Timesheet) ของคุณครับ ถ้าคุณเห็นตัวเลขนี้ปรากฏอยู่ นั่นหมายความว่าคุณมีงานที่ต้องสะสาง! ทางที่ดีที่สุดคือรีบเข้าไปกรอก Timesheet ของวันเหล่านั้นให้ครบถ้วน เพื่อให้ข้อมูลการทำงานของคุณเป็นปัจจุบันและถูกต้องครับ
- Q: FIRM มีฟังก์ชันสำหรับผู้จัดการโครงการโดยเฉพาะใช่ไหม? A: ใช่เลยครับ! FIRM มีส่วนที่เรียกว่า “Project Manager Reminder” ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับผู้จัดการโครงการโดยเฉพาะ ฟังก์ชันนี้ช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถแจ้งเตือนฝ่ายการเงินได้ว่างานในงวดนั้นๆ ของโครงการเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมที่จะเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้เลยครับ ทำให้กระบวนการเก็บเงินรวดเร็วและไม่ตกหล่น
- Q: ข้อมูลที่ FIRM จัดเก็บมีความปลอดภัยแค่ไหน? A: FIRM ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลเป็นอย่างมากครับ การออกแบบระบบมีการแบ่งส่วนต่อประสานผู้ใช้ที่ชัดเจน และการเน้นย้ำให้ผู้ใช้งานทำการ “Log out” ทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ ก็เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ช่วยปกป้องข้อมูลของบริษัทคุณให้ปลอดภัยจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เหมือนกับการปิดกุญแจบ้านหลังจากที่คุณออกไปข้างนอกนั่นเองครับ!



