Work From Home: ทำงานที่บ้าน ได้งาน มีความสุข (COVID-19)
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เข้ามาพลิกโฉมวิถีชีวิตของเราอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายคนต้องปรับตัวเข้าสู่โหมด Work from Home (WFH) หรือการทำงานจากที่บ้าน นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน แต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ สำหรับบางคนอาจรู้สึกเหมือนได้ปลดแอกจากการเดินทางอันแสนวุ่นวาย แต่สำหรับบางคน การทำงานที่บ้านก็อาจกลายเป็นความท้าทายที่คาดไม่ถึงเลยล่ะครับ
แน่นอนว่านโยบาย WFH มีข้อดีหลายอย่าง ทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และอาจทำให้เรามีเวลาส่วนตัวมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากเราเตรียมตัวไม่ดีพอ สิ่งดีๆ เหล่านี้ก็อาจกลายเป็นภาระที่ส่งผลกระทบต่องานและสุขภาพจิตได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากชวนทุกคนมาดูเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้การทำงานที่บ้านของเรามีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งยังคงความสุขในชีวิตประจำวันไว้ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานระดับไหน หรือทำงานในแผนกใด ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้แน่นอนครับ
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง: เมื่อการทำงานย้ายมาที่บ้าน
ใครจะคิดว่าวันหนึ่งเราจะต้องมานั่งทำงานที่บ้านกันแบบจริงจัง? เมื่อก่อนการทำงานที่บ้านอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นแค่ทางเลือกสำหรับบางอาชีพเท่านั้น แต่ตอนนี้มันกลายเป็น New Normal ที่เราต้องเผชิญหน้าและปรับตัวให้ได้ แล้วจะทำยังไงให้การทำงานที่บ้านของเรา “ได้งาน” และยังคง “มีความสุข” ไปพร้อมๆ กันล่ะ? เรามาดูกันทีละสเต็ปเลยครับ
จัดพื้นที่ทำงานให้ลงตัว: สร้างสมาธิในบ้าน
เคยไหมครับที่คิดว่า “ทำงานตรงไหนก็ได้ที่บ้านที่เรารู้สึกสบายที่สุด” แล้วสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการนอนเล่นบนเตียงพร้อมแล็ปท็อป? ความจริงแล้ว ยิ่งที่ที่ทำให้เรารู้สึกสบายมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งบั่นทอนความขยันของเรามากเท่านั้นครับ เคล็ดลับสำคัญคือการจัดสรรพื้นที่ทำงานให้กลายเป็น “พื้นที่ทำงาน” อย่างแท้จริง และแยกออกจากมุมพักผ่อนหย่อนใจของเราให้ได้มากที่สุด การแยกพื้นที่นี้จะช่วยให้สมองของเราจดจำได้ว่า “นี่คือที่ทำงานนะ ต้องมีสมาธิ!”
ทำไมต้องแยกพื้นที่ทำงาน?
ลองจินตนาการดูสิครับ ถ้าเรานั่งทำงานอยู่บนโซฟาตัวโปรดที่ปกติใช้ดูซีรีส์ สมองเราก็อาจจะยังคงคิดถึงเรื่องซีรีส์เรื่องต่อไปมากกว่าเรื่องงานจริงไหมครับ? การมีพื้นที่เฉพาะสำหรับการทำงานจะช่วยสร้าง “เขตแดนทางจิตวิทยา” ที่บอกสมองเราว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในโหมดทำงาน สิ่งนี้จะช่วยลดสิ่งรบกวนและเพิ่มสมาธิให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ไอเดียปรับมุมทำงานง่ายๆ ที่บ้าน
การแยกพื้นที่ไม่จำเป็นต้องถึงกับกั้นห้องใหม่นะครับ เราสามารถสร้างบรรยากาศการทำงานได้ง่ายๆ ด้วยวิธีเหล่านี้:
- ปรับเก้าอี้ให้ได้ระดับ: ลองเปลี่ยนเก้าอี้ที่เรานั่งทำงานให้เหมาะสมกับการทำงาน อาจเป็นเก้าอี้ที่มีพนักพิงรองรับสรีระได้ดีขึ้น
- เปลี่ยนมุมบนโต๊ะอาหาร: ถ้าไม่มีโต๊ะทำงานเฉพาะ ลองย้ายไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะกินข้าวที่ไม่ใช่ฝั่งที่เรานั่งกินข้าวปกติก็ได้ครับ
- วางสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับงาน: นำหนังสือ ตำรา หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่องานมาวางไว้บนโต๊ะ เพื่อกระตุ้นให้เรารู้สึกว่าอยู่ในบรรยากาศของการทำงาน
- สร้าง User Account เฉพาะสำหรับทำงาน: สำหรับใครที่ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัว ลองสร้าง User Account แยกสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ จะช่วยให้เราปรับโฟกัสเข้าสู่โหมดงานได้ดีขึ้น และไม่ต้องกังวลเรื่องการแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียส่วนตัว
เมื่อบ้านไม่ใช่ที่สำหรับสมาธิ: ทางเลือกอื่นๆ
บางคนอาจจะพยายามแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถมีสมาธิทำงานที่บ้านได้จริงๆ ไม่เป็นไรครับ! ถ้าจำเป็นจริงๆ การเปลี่ยนบรรยากาศไปทำงานในสถานที่สาธารณะที่ไม่พลุกพล่านมากนักก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี เช่น ร้านกาแฟเงียบๆ หรือ Co-working Space ที่จัดพื้นที่ไว้รองรับ แต่ที่สำคัญคือ “อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ” เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่นด้วยนะครับ
วางแผนเวลาให้เป๊ะ: กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน
หลายคนอาจคิดว่า “ทำงานที่บ้านคนเดียวสบายๆ อยากทำงานตอนไหนก็ได้” แต่ผมขอบอกเลยว่านี่คือกับดักที่ทำให้หลายคนทำงานแบบไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีความสุขครับ สิ่งที่เราต้องทำคือการกำหนดตารางเวลาการทำงานให้ชัดเจนยิ่งกว่าตอนที่ทำงานในออฟฟิศเสียอีก เพราะบรรยากาศที่บ้านนั้นนิ่งกว่า ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะทำงานแบบไหลไปเรื่อยๆ จนลืมกำหนดเวลาที่เหมาะสม
สร้างตารางเวลาให้เหมือนอยู่ Office
ลองใช้เครื่องมืออย่าง Calendar, Schedule หรือ Reminder เพื่อกำหนดช่วงเวลาทำงานให้เหมือนกับตอนที่เราอยู่สำนักงานเป๊ะๆ เลยครับ เช่น เริ่มงาน 9 โมงเช้า พักเที่ยง 12.00 น. เลิกงาน 17.00 น. การอยู่ในกรอบเวลาที่ชัดเจนจะช่วยให้เรามีสมาธิและมีเป้าหมายในการทำงานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เราสามารถผลิตชิ้นงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่าละเลยช่วงพักเบรกสำคัญกว่าที่คิด
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “เวลาพัก” ครับ การ Work from Home ส่วนใหญ่เราจะทำงานคนเดียวที่บ้าน บรรยากาศจะค่อนข้างคงที่ ทำให้บางทีเราก็ทำงานเพลินจนลืมพัก หรือลืมมื้อเที่ยงไปเลย การกำหนดช่วงเวลาพักในตารางให้ชัดเจน จะช่วยให้เราได้หยุดพักทั้งร่างกายและสมอง เพื่อชาร์จพลังกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง ลองกำหนดเวลาพักกลางวันให้ตรงเวลา และอาจจะมีช่วงพักสั้นๆ ตอนบ่าย เช่น พัก 15 นาทีตอนบ่ายสามโมง ก็ช่วยให้สมองสดชื่นขึ้นได้เยอะเลยครับ
สื่อสารให้ถี่และชัดเจนกว่าที่เคย: กุญแจสู่ความสำเร็จของ WFH
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้การทำงานที่บ้านของหลายองค์กรไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร คือ “การสื่อสารที่น้อยเกินไป” ครับ เมื่อเราไม่ได้เจอหน้าเพื่อนร่วมงาน ไม่ได้เดินไปคุยกันตรงๆ การถ่ายทอดข้อมูลอาจไม่เต็มที่เท่าที่ควร ดังนั้น เราต้องตระหนักว่า “เราควรสื่อสารกับทีมให้มากกว่าปกติ” โดยเฉพาะกับคนที่เกี่ยวข้องกับงานของเรา
ทำไมการสื่อสารถึงสำคัญเป็นพิเศษช่วง WFH?
เมื่อทำงานห่างกัน การเข้าใจสถานะงานของกันและกันเป็นสิ่งสำคัญมากครับ การสื่อสารที่น้อยลงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด งานติดขัด หรือแม้กระทั่งทำงานซ้ำซ้อนกันได้ การที่เราสื่อสารบ่อยขึ้นจะช่วยให้ทุกคนในทีมรู้ว่า:
- เรากำลังทำอะไรอยู่?
- งานของเราติดขัดตรงไหน?
- งานชิ้นไหนที่เราทำเสร็จแล้ว?
- งานชิ้นไหนที่ต้องการความคืบหน้าจากคนอื่น?
- ถ้าเราต้องลาพัก เราจะลาวันไหน เป็นเวลากี่วัน?
เทคนิคการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ
การสื่อสารที่ดีไม่จำเป็นต้องยาวเหยียดหรือเป็นทางการเสมอไปครับ เพียงแค่ต้องสื่อสารด้วย “ข้อความที่ชัดเจน ตรงประเด็น และสื่อสารให้บ่อยครั้งกว่าปกติ” วิธีหนึ่งที่ได้ผลดีคือ การกำหนดช่วงเวลาเพื่ออัปเดตงานและสถานะภายในทีมร่วมกัน เช่น มี Daily Standup Meeting สั้นๆ ผ่านวิดีโอคอลทุกเช้า การได้เห็นความคืบหน้าและจำนวนงานของแต่ละคน จะช่วยให้การบริหารจัดการงานเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้นครับ
พูดคุยกับคนในบ้าน: สร้างความเข้าใจร่วมกัน
สำหรับหลายๆ คนที่ต้อง Work from Home ในช่วงนี้ อาจจะอาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ วัยซน หรือญาติผู้ใหญ่ การทำงานที่บ้านจึงไม่ใช่แค่เรื่องงานของเราคนเดียว แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการกับชีวิตในบ้านด้วยครับ เราจำเป็นต้องพูดคุยกับคนในบ้านให้เข้าใจว่าเรากำลังทำงานอยู่ และพร้อมจะทำอะไรให้ในช่วงไหนของวันบ้าง
ให้ยึดตารางการทำงานของเราเหมือนกับตอนที่ทำงานในสำนักงาน เพื่อลดการรบกวนที่อาจบั่นทอนประสิทธิภาพของเราได้ครับ เมื่อคนที่บ้านเข้าใจถึงความสำคัญและสถานการณ์ที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ พวกเขาก็อาจจะกลายเป็นกำลังใจและผู้สนับสนุนที่สำคัญ ที่จะช่วยให้การ Work from Home ของเรามีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้นก็ได้นะครับ
เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี: เน็ตแรง อุปกรณ์พร้อม
อีกหนึ่งข้อที่หลายคนอาจละเลยไปคือ การเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานตามขอบเขตงานของเรา ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมที่ต้องติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอก และเคยใช้ห้องประชุมเป็นหลักในการติดต่อ ตอนนี้ต้องหันมาใช้ Online Communication Platform อย่าง Zoom, Google Meet หรือ Microsoft Teams แทน
สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีการ “ทดสอบความพร้อมของอุปกรณ์และเครือข่าย” ทั้งในแง่ของความสะดวกในการใช้งานและความปลอดภัยของระบบตามมาตรฐานก่อนที่จะใช้งานจริง หากบริษัทสามารถจัดการส่วนนี้ให้มีความเสถียรได้ ก็จะเปิดทางเลือกในการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในภาวะปกติ และยังถือเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถดึงดูดบุคลากรได้ในอนาคตด้วยครับ
มองหาโอกาสในการผ่อนคลาย: เติมความสุขให้ชีวิต
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานที่บ้านคนเดียวอาจทำให้เกิดความเหงาได้บ้าง จากบรรยากาศการทำงานที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมงาน ก็กลายเป็นเพียงเสียงพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศคลอเบาๆ แซมด้วยเสียงแจ้งเตือนแชทงานรัวๆ เท่านั้น ดังนั้น เพื่อผ่อนคลายอารมณ์และลดความเครียด ก็ไม่ควรมองข้ามการหาโอกาสเติมความสุขและผ่อนคลายให้ตัวเองนะครับ
เชื่อมสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน: บรรเทาความเหงา
เมื่อมีโอกาสพูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นตอนประชุม ประสานงาน หรือปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ ก็อย่าลืมที่จะ “ทักทายถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ” ระหว่างกันบ้าง การได้เม้าท์มอยเรื่องนอกงานกับเพื่อนร่วมงานบ้างเล็กน้อย ก็ช่วยผ่อนคลายได้ดีเลยล่ะครับ หรือบางทีอาจจะลองส่งมีมตลกๆ ในแชทที่ไม่เกี่ยวกับงานก็เป็นวิธีคลายเครียดร่วมกันที่ดีไม่น้อยเลยนะ
คิดบวกและใช้โอกาสพัฒนาตนเอง
การทำงานที่บ้านอาจจะดูขลุกขลักบ้างในช่วงแรก เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อยเลยนะครับ ทั้งการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่คุ้นเคย ทำให้หลายคนมีโอกาสหันมาจัดบ้านใหม่ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตอยู่ทั้งวันมากขึ้น การที่เราไม่ต้องเสียเวลาเดินทางก็ทำให้เรามีเวลาเพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ เราสามารถนำเวลาที่ได้มานี้ไปทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำ เช่น:
- อ่านหนังสือที่อยากอ่าน: หยิบหนังสือที่ซื้อมาดองไว้นานแล้วมาอ่านให้จบ
- ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม: เรียนคอร์สออนไลน์ใหม่ๆ หรือฝึกทักษะที่สนใจ
- ทำอาหารกินเอง: ลองทำเมนูโปรดที่ปกติไม่ค่อยมีเวลาทำ
- ใช้เวลาพูดคุยกับคนที่บ้านมากขึ้น: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
ทั้งหมดนี้ เราจะสามารถมองเห็นได้จากการ “คิดในแง่บวก” ไม่แน่ว่าการ Work from Home อาจจะเป็นแรงบันดาลใจใหม่ให้ชีวิตเราเจอเป้าหมายใหม่ที่สำคัญสำหรับเราก็เป็นได้ครับ
บทสรุป: ก้าวผ่านไปด้วยกัน
จะเห็นได้ว่าเคล็ดลับหลายข้อที่เรานำเสนอไป ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งตัวเราเองและองค์กรในระยะยาวไม่น้อยเลยทีเดียวครับ การปรับตัวและเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในแบบ New Normal นี้ ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด แต่เป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ผมหวังว่าสิ่งที่เรานำเสนอไปจะช่วยให้ทุกท่าน Work from Home ได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกท่านอยู่รอดปลอดภัยทั้งสุขภาพกาย ใจ และการเงิน แล้วเราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันครับ!
บทความที่น่าสนใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- ถ้าที่บ้านมีสมาชิกหลายคน และมีเสียงดังรบกวนบ่อยๆ ควรทำอย่างไร?
- สิ่งสำคัญคือการสื่อสารกับคนในบ้านให้เข้าใจถึงช่วงเวลาการทำงานของคุณครับ อาจจะลองหาหูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise-cancelling headphones) มาใช้ หรือพยายามทำงานในช่วงเวลาที่คนในบ้านทำกิจกรรมที่เงียบกว่า นอกจากนี้ การกำหนดมุมทำงานที่ห่างจากพื้นที่กิจกรรมหลักของบ้านก็ช่วยได้ครับ
- ทำงานที่บ้านแล้วรู้สึกเหงาและเครียด ควรทำอย่างไร?
- เป็นเรื่องปกติครับ ลองหาเวลาพักสั้นๆ เพื่อพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานผ่านช่องทางออนไลน์ หรือหากิจกรรมผ่อนคลายนอกเวลางาน เช่น ออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง หรือทำอาหาร การรักษาสมดุลชีวิตเป็นสิ่งสำคัญครับ
- จะจัดการกับการแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้อย่างไรเมื่อต้องทำงานที่บ้าน?
- การกำหนดเวลาทำงานที่ชัดเจนและมีวินัยเป็นสิ่งสำคัญครับ พยายามเริ่มต้นและเลิกงานให้ตรงเวลาเหมือนตอนไปออฟฟิศ และเมื่อถึงเวลาเลิกงาน ให้ปิดคอมพิวเตอร์และตัดขาดจากเรื่องงาน เพื่อให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
- อุปกรณ์ IT ที่บ้านไม่พร้อมสำหรับการ Work from Home ควรทำอย่างไร?
- ลองปรึกษาบริษัทหรือแผนก IT ครับว่ามีนโยบายสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับ WFH หรือไม่ หรือหากจำเป็นต้องลงทุนเอง ลองพิจารณาอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นก่อน เช่น อินเทอร์เน็ตที่เสถียร หรือหูฟังที่มีไมโครโฟนคุณภาพดีสำหรับการประชุมออนไลน์
- จะสร้างแรงจูงใจในการทำงานที่บ้านได้อย่างไร เมื่อไม่มีหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานคอยกระตุ้น?
- ตั้งเป้าหมายประจำวันและประจำสัปดาห์ให้ชัดเจนครับ และให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ เมื่อทำตามเป้าหมายได้ การจัดตารางเวลาและยึดมั่นกับมันจะช่วยสร้างวินัย และลองหาแรงบันดาลใจจากภายนอก เช่น พอดแคสต์เกี่ยวกับการทำงาน หรือบทความที่ช่วยสร้างพลังบวกครับ


