Article

โควิด รอบใหม่: Work From Home อนาคตการทำงาน


​​ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่ผันผวนและไม่แน่นอน โลกของเราได้ผ่านบททดสอบครั้งใหญ่จากการล็อกดาวน์และการปรับตัวสู่การทำงานที่บ้าน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ Work From Home สำหรับใครหลายคน นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราว แต่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมการทำงานจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป


เลือกอ่าน หัวข้อที่สนใจ

คลื่นลูกใหม่ของโควิด-19 และการปรับตัวของโลก

เมื่อหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ คำถามที่ตามมาคือ เราพร้อมสำหรับชีวิตแบบเดิมแล้วหรือยัง? ผลสำรวจจาก Cigna COVID-19 Global Impact Study ซึ่งซิกน่า อินเตอร์เนชันแนล มาร์เกตส์ ร่วมกับกันตาร์ ได้เผยให้เห็นถึงความคิดเห็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ผลสำรวจจาก Cigna COVID-19 Global Impact Study: เสียงสะท้อนจากคนทำงานทั่วโลก

การสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของผู้คนทั่วโลกว่า การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ได้ทิ้งร่องรอยแห่งการเปลี่ยนแปลงไว้ในจิตใจและวิถีชีวิตอย่างถาวร

ความรู้สึก “ชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

คุณเคยรู้สึกไหมว่าบางสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวรจนยากจะย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิม? ผลสำรวจพบว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยถึง 18% รู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ นั่นหมายความว่าเกือบหนึ่งในห้าของประชากรโลกเชื่อว่าชีวิตของพวกเขาจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมก่อนการระบาดอีกต่อไป นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่มันคือการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ที่ฝังรากลึกในความคิดของเรา

Work From Home: ทางเลือกที่เกินคาด

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 60% สามารถทำงานจากที่บ้านได้ และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อทัศนคติของผู้คนที่มีต่อวัฒนธรรมการทำงานในอนาคต จากที่เคยคิดว่าการทำงานจากที่บ้านเป็นเพียงทางเลือกชั่วคราวในยามวิกฤติ ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความต้องการหลักของคนจำนวนมากเลยทีเดียว


พลิกโฉมวัฒนธรรมการทำงาน: เมื่อออฟฟิศไม่ใช่ศูนย์กลาง

ผลสำรวจเดียวกันนี้ยังชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความต้องการที่จะทำงานจากที่บ้านอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลางาน หรืออาจจะมากกว่านั้นในอนาคต นี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ที่เกิดขึ้นในบางประเทศ แต่เป็นกระแสที่แพร่หลายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

ความต้องการ Work From Home ที่เพิ่มขึ้น: เหตุผลที่มากกว่าแค่ความสะดวก

ทำไมคนถึงอยาก Work From Home มากขึ้น? แค่เรื่องความสะดวกสบายในการไม่ต้องเดินทางหรือตื่นเช้าเท่านั้นหรือ? ไม่เลย! เหตุผลหลัก ๆ มาจากความกังวลในการติดเชื้อจากการเดินทาง การประชุม หรือแม้แต่การอยู่ในออฟฟิศร่วมกับคนหมู่มาก แน่นอนว่าเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยย่อมมาเป็นอันดับแรกเสมอ

ความกังวลในการกลับเข้าออฟฟิศ: ปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

เมื่อบริษัทหลายแห่งเริ่มกลับมาทำงานที่ออฟฟิศหลังจากผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ ปรากฏว่านี่ได้สร้างความวิตกกังวลครั้งใหม่ในหมู่พนักงานกว่า 42% ที่กังวลว่าจะติดเชื้อโควิด-19 จากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานนอกบ้าน ความกังวลนี้ยิ่งสูงขึ้นในบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ (54%) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (51%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความรู้สึกไม่ปลอดภัยยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการกลับสู่การทำงานแบบเดิม

มุมมองจากประเทศไทย: ตัวเลขที่ไม่น่าแปลกใจ

สำหรับประเทศไทย ความต้องการทำงานจากที่บ้านอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลางานนั้นสูงถึง 56% ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความต้องการทำงานที่ออฟฟิศเต็มเวลานั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ๆ เพราะใคร ๆ ก็กลัวติดเชื้อ และยังอยากเลี่ยงการเดินทางในชีวิตประจำวันเพื่อความสบายใจของตัวเอง นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าการทำงานแบบยืดหยุ่น หรือ Hybrid Work Model กำลังจะเป็นบรรทัดฐานใหม่ในบ้านเรา


เทคโนโลยี: ผู้ช่วยคนสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่

เมื่อพฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนไป เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ระบบออนไลน์ แอปพลิเคชันต่าง ๆ กลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการขับเคลื่อนธุรกิจและชีวิตประจำวันของเรา

การประชุมออนไลน์: จากทางเลือกสู่ความคุ้นชิน

จำได้ไหมว่าเมื่อก่อนการประชุมออนไลน์เป็นเรื่องไกลตัวแค่ไหน? ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว การประชุมภายในบริษัท การนำเสนอผลงาน หรือแม้แต่การอบรมต่าง ๆ ล้วนถูกจัดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Zoom, Google Meet หรือ Microsoft Teams สิ่งเหล่านี้ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แถมยังช่วยลดปัญหาการเข้างานไม่ตรงเวลาด้วย ถือเป็นการปรับตัวที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ

แพลตฟอร์มดิจิทัล: เครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจทุกขนาด

ไม่ใช่แค่การประชุมเท่านั้น แต่กิจกรรมทางธุรกิจหลายอย่างก็ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรม การบริหารจัดการโปรเจกต์ หรือแม้แต่การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ธุรกิจที่เคยเป็นแบบออฟไลน์ล้วนต้องปรับตัวหันมาใช้ออนไลน์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การขาย เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค New Normal ที่คุ้นชินกับการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ผ่านหน้าจอ

โอกาสทองของการพัฒนาทักษะ: เมื่อการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด

เว็บไซต์ JobDB.com ชี้ให้เห็นถึงอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ นั่นคือโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับคนทำงานในการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็สามารถเข้าถึงความรู้ใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดาย เรียนจบยังได้ใบประกาศนียบัตรอีกต่างหาก นี่คือยุคทองของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่ขีดจำกัดด้านพื้นที่และเวลาได้ถูกทำลายลงไปแล้ว


ความท้าทายที่ต้องเจอ: การรักษาสัมพันธ์ในโลกออนไลน์

แม้ว่าการทำงานแบบยืดหยุ่นและเทคโนโลยีจะมอบข้อดีมากมาย แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่โลกออนไลน์ยังไม่อาจทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือ “ความสัมพันธ์” ระหว่างเพื่อนร่วมงานและองค์กร

ช่องว่างที่เทคโนโลยีไม่อาจเติมเต็ม: มิติทางสังคม

คุณเคยรู้สึกไหมว่าการทำงานคนเดียวที่บ้าน บางครั้งก็ขาดบรรยากาศการพูดคุยแบบสบาย ๆ กับเพื่อนร่วมงานไป? ความห่างเหินทางกายภาพและทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการทำงานออนไลน์ อาจส่งผลกระทบต่อการสร้างความผูกพันในองค์กรได้ การพูดคุยกันต่อหน้า การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบไม่เป็นทางการ หรือแม้แต่การร่วมกิจกรรมสังสรรค์เล็ก ๆ น้อย ๆ ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน

สร้างความผูกพันองค์กรในยุคห่างไกล

นี่คือความท้าทายที่องค์กรต่าง ๆ ต้องหาทางออกว่าจะทำอย่างไรให้พนักงานยังคงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม และมีความผูกพันกับองค์กร แม้จะไม่ได้เจอกันทุกวัน การสร้างพื้นที่สำหรับการโต้ตอบทางสังคม การจัดกิจกรรมออนไลน์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เปิดกว้างและโปร่งใส จะเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการทำงานและความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร


บทสรุป: ก้าวต่อไปของชีวิตและการทำงานที่ไม่หยุดนิ่ง

จากประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้จาก โควิด รอบใหม่ นี้ ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าอนาคตของการทำงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ยืดหยุ่นและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น เจ้าของธุรกิจหลายคนคงเริ่มประเมินแล้วว่า ประสิทธิภาพการทำงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอีกต่อไป และนั่นอาจนำมาซึ่งการปรับรูปแบบการทำงานให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านเป็นหลัก หรือทำงานจากที่ไหนก็ได้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มาตรการป้องกันการติดเชื้อ แต่ยังช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงลดปัญหาการเข้างานไม่ตรงเวลาด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องไม่ลืมคือมิติของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง การสร้างความผูกพันในองค์กรในยุคที่การทำงานออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ จึงเป็นความท้าทายที่เราต้องเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อม ๆ กัน โลกของเรากำลังเปลี่ยนไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ หรือ ‘New Normal’ อย่างแท้จริง แล้วคุณพร้อมที่จะก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้หรือยัง?

 

บทความที่น่าสนใจ

 


FAQ: คำถามที่พบบ่อย

ทักษะอะไรบ้างที่คนทำงานควรพัฒนาเพื่อรับมือกับโลกการทำงานยุคใหม่? ทักษะด้านดิจิทัล ความสามารถในการทำงานร่วมกันทางไกล การบริหารจัดการเวลาและความรับผิดชอบด้วยตนเอง ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นทักษะสำคัญที่ควรพัฒนาเพื่อความสำเร็จในโลกการทำงานยุคใหม่

Work From Home จะกลายเป็นรูปแบบการทำงานหลักในอนาคตหรือไม่? มีความเป็นไปได้สูงมากที่ Work From Home หรือรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด (ผสมผสานระหว่างออฟฟิศและที่บ้าน) จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ เนื่องจากผลสำรวจและประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงประโยชน์และความต้องการของพนักงานที่เพิ่มขึ้น

เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างไรในการทำงานยุค New Normal? เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานยุคใหม่ ช่วยให้การสื่อสาร การประชุม และการจัดการโปรเจกต์เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ แอปพลิเคชันทำงานร่วมกัน หรือระบบการจัดการธุรกิจแบบดิจิทัล

การทำงาน Work From Home ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในที่ทำงานอย่างไร? การทำงานจากที่บ้านอาจทำให้ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเพื่อนร่วมงานลดลง เนื่องจากขาดการปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้ากัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความผูกพันในองค์กร องค์กรจึงต้องหาวิธีสร้างกิจกรรมหรือพื้นที่ออนไลน์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์เหล่านี้

องค์กรควรปรับตัวอย่างไรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการทำงานนี้? องค์กรควรพิจารณานโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น ลงทุนในเทคโนโลยีที่สนับสนุนการทำงานระยะไกล และให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งผ่านการสื่อสารที่เปิดกว้างและกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์แม้จะอยู่คนละที่

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/896968

Pongsak D

เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress และ Technical SEO ประสบการณ์กว่า จำนวน 15 ปี ปัจจุบันเป็น Lead Developer และผู้ก่อตั้ง Wisdom Firm มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการนำ AI และระบบ Automation (เช่น n8n, Gemini) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

Close
WiSDOM FiRM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.