Article

HR: กลับมาทำงานหลังล็อกดาวน์ สู่ New Normal

เราคงจำกันได้ดีกับช่วงเวลาที่ทั่วทั้งประเทศถูกล็อกดาวน์ หลายคนต้องปรับวิถีชีวิตครั้งใหญ่ ทำงานจากที่บ้าน เรียนจากที่บ้าน หรือแม้กระทั่งใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้ววันนี้…เมื่อมาตรการต่างๆ ค่อยๆ คลายลง การกลับมาทำงานในที่ทำงานอีกครั้งก็มาพร้อมกับความท้าทายชุดใหม่ โดยเฉพาะสำหรับฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ต้องรับมือกับความวิตกกังวลเรื่องการระบาดระลอกสองของ Covid-19 รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานครั้งใหญ่เพื่อสร้าง “วิถีชีวิตแบบใหม่” หรือ New Normal ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร

คลื่นลูกที่สองของ Covid-19: ความกังวลที่ต้องเผชิญ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความกลัวและกังวลเกี่ยวกับการกลับมาระบาดระลอกสองของ Covid-19 ยังคงเป็นเงาตามหลอกหลอนใครหลายคน ไม่ใช่แค่พนักงานที่ต้องกลับมาใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเดิม แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบการและฝ่าย HR ที่ต้องคิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ โดยที่ทุกคนยังคงปลอดภัย

ธุรกิจที่ยังคงสะดุด: เมื่อ Social Distancing เป็นอุปสรรค

แม้จะมีการปลดล็อกดาวน์แล้ว แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติทันที ลองนึกภาพธุรกิจร้านอาหาร ผับ บาร์ หรือสถานบันเทิงต่างๆ ที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดเรื่องมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด ทำให้ไม่สามารถรับลูกค้าได้เต็มที่เหมือนเดิม รายได้ที่หายไปบวกกับต้นทุนที่ยังคงอยู่ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่หลายองค์กรต้องแก้

วิถีใหม่ของการทำงาน: ต้นทุนที่ไม่ใช่แค่ตัวเงิน

สำหรับธุรกิจที่สามารถกลับมาดำเนินการได้ เจ้าของกิจการและฝ่าย HR ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายไม่แพ้กัน เพราะการกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การกลับมาทำงานแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การจัดพื้นที่ทำงาน การสลับวันทำงาน การเพิ่มอุปกรณ์ป้องกัน และอีกสารพัดสิ่งที่ต้องลงทุนเพิ่มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยุค New Normal

บทบาทสำคัญของ HR ในการนำพาทุกคนก้าวผ่านวิกฤต

ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ บทบาทของ HR จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นผู้นำและผู้ประสานงานหลักที่จะช่วยให้องค์กรและพนักงานสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างมั่นคง

การสื่อสารคือหัวใจ: สร้างความเข้าใจใน New Normal

สิ่งแรกและสำคัญที่สุดที่ HR ต้องดำเนินการคือ การสื่อสาร การสื่อสารที่ชัดเจนและสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจถึงการทำงานแบบ New Normal ไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยที่องค์กรกำหนดขึ้น นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่น หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน การสื่อสารที่โปร่งใสจะช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานได้เป็นอย่างดี

ปลูกฝังความรู้สึก “เชื่อมโยง” ในทีมเสมือนจริง

เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid) ที่สลับกันเข้าออฟฟิศ หรือการทำงานจากที่บ้านเต็มรูปแบบ สิ่งที่ HR ต้องตระหนักคือความรู้สึก “ห่างเหิน” ที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน การสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกันในทีมจึงเป็นสิ่งสำคัญ การใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์ให้เกิดประโยชน์ การจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์แบบเสมือนจริง หรือแม้แต่การส่งเสริมให้หัวหน้าทีมหมั่นพูดคุยและสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับลูกน้องอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้พนักงานยังคงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

เมื่อพนักงานต้องห่างไกล: HR จะทำอย่างไรให้พวกเขายังรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง?

ลองนึกภาพพนักงานที่เคยทำงานใกล้ชิดกันทุกวัน ต้องแยกย้ายไปทำงานจากที่บ้าน บางคนอาจรู้สึกว่าถูกตัดขาดจากสังคมในที่ทำงาน HR ต้องหาวิธีสร้างปฏิสัมพันธ์และกิจกรรมที่ส่งเสริมความผูกพันภายในทีม เช่น การจัดประชุมออนไลน์ที่ให้ทุกคนได้เห็นหน้ากัน การสร้างช่องทางสื่อสารที่ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียว หรือแม้แต่การสนับสนุนให้พนักงานได้มีโอกาสช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องต่างๆ เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่ายังคงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวองค์กร

พลังแห่งแรงจูงใจเชิงบวก: เกราะป้องกันการสูญเสีย Talent

ท่ามกลางวิกฤตที่หลายบริษัทต้องเลย์ออฟพนักงาน หรือถึงขั้นปิดกิจการลง การสร้างแรงจูงใจเชิงบวกให้กับพนักงานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่ม “คนเก่ง” หรือ Talent ขององค์กร เพราะเมื่อพนักงานมีความมั่นใจในองค์กรและมีแรงจูงใจในทางบวก พวกเขาย่อมทุ่มเทและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานจากความกลัวหรือแรงกดดันเชิงลบ

ความแตกต่างระหว่างแรงจูงใจเชิงบวกและลบ: ทำไมองค์กรต้องเลือกทางบวก?

หากองค์กรเลือกใช้แรงจูงใจเชิงลบ เช่น การข่มขู่ การกดดัน หรือการลงโทษ เพื่อให้พนักงานทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงวิกฤต สิ่งแรกที่องค์กรจะสูญเสียไปคือ “คนเก่ง” คนเหล่านี้มีความสามารถและความเชี่ยวชาญพิเศษที่หาได้ยาก หากพวกเขาต้องทนกับแรงจูงใจเชิงลบ ในที่สุดก็อาจทนไม่ไหวและตัดสินใจลาออกไปหาโอกาสใหม่ๆ HR ต้องตระหนักว่ามีองค์กรใหญ่ๆ มากมายที่พร้อมจะอ้าแขนรับคนเก่งเหล่านี้ สุดท้ายแล้วองค์กรก็จะเหลือแต่พนักงานธรรมดา ส่วนคนเก่งก็พากันลาออกไปหมด ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้ยากลำบาก และผู้ที่เหนื่อยที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเจ้าของธุรกิจและฝ่าย HR ที่ต้องสรรหาคนเก่งและคนดี ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากมากในปัจจุบัน

มากกว่าแค่เงิน: แรงจูงใจที่ไม่ใช่ตัวเงินที่ HR สร้างได้

หลายคนอาจคิดว่าแรงจูงใจเชิงบวกหมายถึงแค่ค่าตอบแทนที่ดี เงินรางวัล หรือโบนัสเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว แรงจูงใจเชิงบวกที่มีคุณค่ามากที่สุดที่นอกเหนือจากสิ่งของเงินทองคือ “การให้กำลังใจ”

คำพูดสร้างสรรค์: พลังที่ HR มอบให้ได้ในทุกวัน

การพูดให้กำลังใจในเชิงสร้างสรรค์ การแสดงน้ำใจไมตรี การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คือสิ่งที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แต่กลับมีคุณค่ามหาศาล HR สามารถส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการให้กำลังใจกันภายในองค์กรได้ ตั้งแต่ระดับผู้บริหารลงมาจนถึงพนักงานด้วยกันเอง การชื่นชมเมื่อมีคนทำดี การให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เมื่อมีคนติดขัด หรือแม้แต่การรับฟังปัญหาด้วยความเข้าใจ ล้วนเป็นแรงจูงใจเชิงบวกที่ทรงพลัง

การสร้างการยอมรับและความสำคัญ: เมื่อพนักงานคือ Key สำคัญของทีม

การที่พนักงานรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญ เป็น Key สำคัญของทีม เป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ จะสร้างความผูกพันและความสุขในการทำงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ HR สามารถสร้างการยอมรับนี้ได้โดยการให้โอกาสพนักงานได้แสดงศักยภาพ เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ และมอบหมายงานที่ท้าทายเพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กร

จากความสุขสู่ประสิทธิภาพ: ผลลัพธ์ที่ HR สร้างได้จริง

เมื่อพนักงานมีความสุขในการทำงาน สิ่งที่ตามมาคือผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ เพราะความสุขจะนำมาซึ่งความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นที่จะทำให้งานออกมาดีที่สุด ดังนั้น การลงทุนกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและแรงจูงใจเชิงบวกจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับองค์กร

ก้าวต่อไปของ HR: การปรับตัวและบทเรียนจากวิกฤต

วิกฤต Covid-19 ได้มอบบทเรียนอันล้ำค่าให้กับทุกองค์กร โดยเฉพาะฝ่าย HR ที่ต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้สามารถนำพาองค์กรก้าวผ่านทุกความท้าทายได้อย่างแข็งแกร่งในโลกยุค New Normal นี้

 

บทความที่น่าสนใจ

 


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ทำไมการสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับ HR ในยุค New Normal? การสื่อสารที่ชัดเจนและสม่ำเสมอจะช่วยลดความวิตกกังวล สร้างความเข้าใจในมาตรการและนโยบายใหม่ๆ รวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
  2. HR จะช่วยให้พนักงานรู้สึกเชื่อมโยงกันในทีมได้อย่างไร เมื่อต้องทำงานจากระยะไกล? HR สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์ จัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์แบบเสมือนจริง สนับสนุนให้หัวหน้าทีมพูดคุยกับลูกน้องสม่ำเสมอ และสร้างช่องทางสื่อสารที่ไม่ใช่แค่เรื่องงาน เพื่อให้พนักงานยังคงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม
  3. อะไรคือความแตกต่างระหว่างแรงจูงใจเชิงบวกและแรงจูงใจเชิงลบ? และทำไม HR ควรเลือกใช้แรงจูงใจเชิงบวก? แรงจูงใจเชิงบวกคือการให้กำลังใจ การชื่นชม และการสนับสนุน ส่วนแรงจูงใจเชิงลบคือการกดดันหรือลงโทษ การใช้แรงจูงใจเชิงบวกจะช่วยรักษาคนเก่งไว้ในองค์กร สร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน ในขณะที่แรงจูงใจเชิงลบอาจทำให้คนเก่งลาออกไป
  4. นอกเหนือจากเรื่องเงินแล้ว HR สามารถสร้างแรงจูงใจเชิงบวกให้กับพนักงานได้อย่างไรบ้าง? HR สามารถสร้างแรงจูงใจเชิงบวกที่ไม่ใช่ตัวเงินได้จากการพูดให้กำลังใจ การแสดงน้ำใจช่วยเหลือกัน การสร้างการยอมรับในทีม และการให้โอกาสพนักงานได้แสดงศักยภาพและความสำคัญของตนเอง
  5. ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับเมื่อ HR สร้างความสุขในการทำงานให้กับพนักงานคืออะไร? เมื่อพนักงานมีความสุขในการทำงาน พวกเขาจะมีความกระตือรือร้น มีความคิดสร้างสรรค์ และมุ่งมั่นที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการและภาพรวมขององค์กร

ที่มา https://www.spu.ac.th/fac/business/th/content.php?cid=20850

Pongsak D

เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress และ Technical SEO ประสบการณ์กว่า จำนวน 15 ปี ปัจจุบันเป็น Lead Developer และผู้ก่อตั้ง Wisdom Firm มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการนำ AI และระบบ Automation (เช่น n8n, Gemini) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

Close
WiSDOM FiRM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.