ArticleWebsite

WordPress 6.5 “Regina” – มีอะไรใหม่และอะไรที่เปลี่ยนแปลง

WordPress 6.5 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดพร้อมให้ใช้งานแล้ว! มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น การปรับปรุง และการแก้ไขข้อบกพร่องมากมาย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับไฮไลท์สำคัญของ WordPress 6.5 และอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์เด่น ๆ

ฟีเจอร์ใหม่: WordPress 6.5

  • คลังฟอนต์: จัดการและอัปโหลดฟอนต์แบบกำหนดเอง รวมถึงนำเข้าฟอนต์ Google จากโปรแกรมแก้ไขบล็อกได้อย่างง่ายดาย
  • มุมมองที่ปรับปรุงสำหรับคลัง Site Editor: เรียกดูและจัดการเทมเพลต รูปแบบ และข้อมูลอื่น ๆ บน Site Editor ได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • การรองรับธีมคลาสสิกมากขึ้นกับสภาพแวดล้อมบล็อก: ปรับแต่งการตั้งค่าบล็อกบนธีมคลาสสิกผ่าน add_theme_support( ‘appearance-tools’ );
  • การตั้งค่าไอคอนไซต์: เพิ่มไอคอนไซต์ได้ง่าย ๆ ผ่านเมนู การตั้งค่า > ทั่วไป
  • Interactivity API: เพิ่มการโต้ตอบระหว่างบล็อกบนหน้าเว็บ เช่น การเพิ่มรายการลงในตะกร้าสินค้า โดยไม่ต้องโหลดซ้ำ
  • Block Binding API: เชื่อมต่อบล็อกหลักกับข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ข้อมูลเมตาโพสต์หรือฟิลด์แบบกำหนดเอง
  • โพสต์และ Site Editor ที่ซิงโครไนซ์: ประสบการณ์การแก้ไขที่สอดคล้องกันบนทั้ง Post Editor และ Site Editor
  • บล็อกที่เปลี่ยนชื่อได้: เปลี่ยนชื่อบล็อกเกือบทั้งหมดเพื่อจัดระเบียบเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น
  • การรองรับรูปภาพ AVIF: อัปโหลดและแสดงรูปภาพ AVIF บนเว็บไซต์ WordPress ของคุณ
  • เวอร์ชัน MySQL ขั้นต่ำ: ปรับขึ้นเป็น 5.5.5

รายละเอียดเพิ่มเติม:WordPress 6.5

  • คลังฟอนต์: เครื่องมือจัดการฟอนต์นี้ช่วยให้คุณควบคุมการออกแบบเว็บไซต์ได้มากขึ้น อัปโหลดฟอนต์แบบกำหนดเองเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือใช้ฟอนต์ Google หลากหลายแบบโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ภายนอก
  • มุมมองที่ปรับปรุงสำหรับคลัง Site Editor: เวอร์ชันใหม่นี้ช่วยให้นักออกแบบเว็บไซต์ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยตัวเลือกการแสดงผลที่หลากหลาย ค้นหาเทมเพลตและรูปแบบที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายขึ้น
  • การรองรับธีมคลาสสิกมากขึ้นกับสภาพแวดล้อมบล็อก: ผู้ใช้ธีมคลาสสิกสามารถปรับแต่งการตั้งค่าบล็อก เช่น ช่องว่าง ขอบ และระยะห่าง ผ่านฟังก์ชัน add_theme_support()
  • การตั้งค่าไอคอนไซต์: เพิ่มไอคอนไซต์ที่แสดงบนแท็บและหน้าต่างเบราว์เซอร์ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้ Site Editor หรือ Customizer
  • Interactivity API: ฟีเจอร์ใหม่นี้ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สร้างเว็บไซต์ที่มีการโต้ตอบระหว่างบล็อก เช่น การเพิ่มรายการสินค้าในตะกร้า หรือการตั้งค่ารายการโปรด โดยไม่ต้องโหลดซ้ำ
  • Block Binding API: นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ กับบล็อกหลัก เช่น ข้อมูลเมตาโพสต์ ฟิลด์แบบกำหนดเอง หรือข้อมูลจาก API ภายนอก ช่วยให้สร้างเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาแบบไดนามิก
  • โพสต์และ Site Editor ที่ซิงโครไนซ์: ประสบการณ์การแก้ไขที่สอดคล้องกันบนทั้ง Post Editor และ Site Editor ช่วยให้นักออกแบบเว็บไซต์ทำงานได้อย่างราบรื่น
  • บล็อกที่เปลี่ยนชื่อได้: ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนชื่อบล็อกเกือบทั้งหมด ช่วยให้นำทางและจัดระเบียบเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

การอัปเดตเป็น WordPress 6.5

ขั้นตอน:

  1. สำรองข้อมูลเว็บไซต์ WordPress ของคุณ: สิ่งสำคัญคือต้องสำรองข้อมูลเว็บไซต์ของคุณก่อนทำการอัปเดตเสมอ เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายในกรณีที่เกิดปัญหา
  2. ทดสอบการอัปเดตบนเว็บไซต์ staging: แนะนำให้ทดสอบการอัปเดตบนเว็บไซต์ staging ก่อน เพื่อดูว่ามีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นหรือไม่
  3. อัปเดตเว็บไซต์ที่ใช้งานอยู่: เมื่อคุณทดสอบการอัปเดตบนเว็บไซต์ staging เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถอัปเดตเว็บไซต์ที่ใช้งานอยู่ของคุณได้

หมายเหตุ:

  • เวอร์ชัน WordPress 6.5 ไม่รองรับ MySQL 5.0 หรือ 5.1 เวอร์ชันต่ำสุดที่จำเป็นสำหรับฐานข้อมูล MySQL ถูกปรับขึ้นเป็น 5.5.5
  • ผู้ใช้ Hostinger ไม่ต้องกังวล โฮสติ้ง WordPress ที่จัดการของเราใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล MariaDB 10.11 ซึ่งรองรับ WordPress 6.5

แหล่งข้อมูล:

บทสรุป

WordPress 6.5 นำเสนอฟีเจอร์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น การปรับปรุง และการแก้ไขข้อบกพร่องมากมาย เวอร์ชันนี้ช่วยให้นักออกแบบเว็บไซต์และนักพัฒนาซอฟต์แวร์สร้างเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพและสวยงามมากขึ้น แนะนำให้ผู้ใช้ WordPress ทุกคนอัปเดตเวอร์ชันใหม่นี้

คำศัพท์:
  • บล็อก: องค์ประกอบเนื้อหาใน WordPress
  • ธีม: รูปแบบและการออกแบบของเว็บไซต์ WordPress
  • ปลั๊กอิน: ส่วนขยายซอฟต์แวร์ที่เพิ่มฟังก์ชันการทำงานให้กับ WordPress
  • Must-use plugin: ปลั๊กอินที่เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติบนเว็บไซต์ WordPress ทั้งหมดในเครือข่าย multisite
  • MySQL: ระบบจัดการฐานข้อมูล
  • Staging site: เว็บไซต์สำเนาที่ใช้ทดสอบการเปลี่ยนแปลงก่อนนำไปใช้บนเว็บไซต์ที่ใช้งานอยู่