News

Work From Home: WFH โควิดระลอกใหม่ ทำงานที่บ้านให้ปัง

WFH ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องพร้อมกว่าเดิม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2564 ได้พลิกโฉมวิถีชีวิตและการทำงานของเราอย่างรวดเร็ว การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work From Home (WFH) กลายเป็นภาพที่คุ้นตาอีกครั้งสำหรับใครหลายคน แม้ว่านี่จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพวกเราแล้ว เพราะเราต่างมีประสบการณ์จากการล็อกดาวน์ครั้งก่อน แต่รอบนี้เราต้องพร้อมกว่าเดิม!

เลือกอ่าน หัวข้อที่สนใจ

บทเรียนจาก WFH ครั้งก่อน: Work From Home เราเรียนรู้อะไรบ้าง?

จากประสบการณ์ครั้งที่แล้ว เราได้เรียนรู้ว่าการ WFH ไม่ใช่แค่การย้ายออฟฟิศมาที่บ้านเท่านั้น แต่เป็นการปรับตัวทั้งในด้านการทำงาน สภาพจิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน เราได้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการเวลา การสร้างวินัย และการรักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว สิ่งเหล่านี้คือบทเรียนอันมีค่าที่เราสามารถนำมาปรับใช้กับการ WFH ในระลอกใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี

WFH รอบนี้ Work From Homeแตกต่างจากเดิมอย่างไร?

การ WFH ในครั้งนี้มีความแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาอย่างชัดเจน เพราะทั้งเราและองค์กรต่างมี “บทเรียน” มาแล้ว เราเริ่มเข้าใจพฤติกรรมการ WFH มากขึ้น และมีข้อมูลเชิงวิชาการที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้เราปรับตัวได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ประชุมบ่อยขึ้น แต่สั้นลง: ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

สิ่งหนึ่งที่หลายคนสังเกตเห็นตรงกันคือ การประชุมออนไลน์เกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าเดิม แต่ระยะเวลาในการประชุมแต่ละครั้งกลับสั้นลงอย่างไม่น่าเชื่อ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นน่ะเหรอ? ก็เพราะความสะดวกสบายของการประชุมออนไลน์นั่นเอง! เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปมา ทำให้การนัดประชุมทำได้ง่ายขึ้น และเข้าร่วมประชุมหนึ่งเสร็จแล้วก็สามารถต่ออีกประชุมหนึ่งได้ทันทีราวกับเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปแล้ว

ความสะดวกในการประชุมออนไลน์: ข้อดีที่ไม่ควรมองข้าม

การไม่ต้องเดินทางทำให้เราประหยัดเวลาและพลังงานได้มาก แถมยังยืดหยุ่นกว่าเดิมเยอะเลย อยากประชุมตอนไหนก็ประชุมได้ แค่มีอินเทอร์เน็ตก็พอ แต่ในขณะเดียวกัน การประชุมที่สั้นลงก็มาจากบรรยากาศของการประชุมออนไลน์ที่มักจะตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพมากกว่าการประชุมต่อหน้า ทำให้เรามุ่งเน้นไปที่เนื้อหาสำคัญ และตัดสินใจได้เร็วขึ้น

เวลาทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น: โอกาสหรือความท้าทาย?

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ระยะเวลาการทำงานของคนที่ WFH มีแนวโน้มที่จะยาวนานกว่าเดิม ซึ่งอาจเป็นเพราะเมื่อเราทำงานอยู่บ้าน เรามีโอกาสที่จะทำงานนอกเวลาปกติได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมช่วงเย็นๆ หรือส่งอีเมลตอบงานตอนดึกๆ สิ่งนี้เป็นได้ทั้งโอกาสและความท้าทายในเวลาเดียวกัน

การทำงานนอกเวลาปกติ: จัดการอย่างไรไม่ให้ Burnout

แม้ว่าความยืดหยุ่นจะเป็นข้อดีของการ WFH แต่ก็เป็นดาบสองคมได้เช่นกัน หากเราไม่รู้จักขีดจำกัดและปล่อยให้งานเข้ามาแทรกซึมในทุกช่วงเวลาของชีวิต อาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟ หรือ “Burnout” ได้ง่ายๆ ดังนั้น การกำหนดขอบเขตเวลาทำงานให้ชัดเจน และเรียนรู้ที่จะปฏิเสธงานนอกเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ

ผลกระทบที่อาจไม่คาดคิดจากการ WFH นานๆ

นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว การ WFH เป็นระยะเวลานานๆ ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตในด้านอื่นๆ ที่เราอาจไม่ทันได้สังเกต

“Zoom Boom” ปรากฏการณ์เสริมความงามเฟื่องฟู

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง บริการหนึ่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจคือ ธุรกิจเสริมความงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดศัลยกรรม! ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า “Zoom Boom” ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่คนเราใช้เวลาประชุมออนไลน์และจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์มากขึ้น ทำให้เห็นใบหน้าของตัวเองอยู่ตลอดเวลาและบ่อยกว่าปกติ จนอาจทำให้สังเกตเห็นความผิดปกติหรือจุดที่อยากปรับปรุงบนใบหน้าได้ง่ายขึ้น

สาเหตุที่ WFH ส่งผลต่อความต้องการศัลยกรรม

ใครจะคิดล่ะว่าการ WFH จะส่งผลให้คนอยากสวยอยากหล่อมากขึ้น? แต่ก็เป็นเรื่องจริง! การที่เราเห็นหน้าตัวเองบ่อยๆ ในจอคอมพิวเตอร์ ทำให้เราอาจจ้องมองตัวเองในมุมที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน จนเกิดความคิดที่อยากจะแก้ไขให้ดูดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงหน้า, ทำตาสองชั้น, หรือแม้กระทั่งฉีดโบท็อกซ์ เพราะเราอยากให้ภาพลักษณ์ที่ปรากฏบนหน้าจอออกมาดูดีที่สุดนั่นเอง

สุขภาพจิต: ความท้าทายที่ต้องใส่ใจ

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันคือ สุขภาพจิต การที่เราต้องอยู่บ้านมากขึ้นและไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอก อาจนำไปสู่ความรู้สึกเศร้าหมองและหดหู่ได้ง่ายๆ

สัญญาณเตือนของความหดหู่และเศร้าหมอง

จากการล็อกดาวน์ครั้งที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญต่างชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจ สัญญาณเตือนที่เราควรใส่ใจคือ การรู้สึกเบื่อหน่าย, หมดแรง, ไม่มีสมาธิ, นอนไม่หลับ หรือแม้กระทั่งรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่มั่นคงทางอารมณ์ หากมีอาการเหล่านี้ ควรหาวิธีผ่อนคลายหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที

เคล็ดลับ WFH ให้มีประสิทธิภาพและสุขภาวะที่ดี

เพื่อให้การ WFH เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก

สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่บ้านให้เหมาะสม

สิ่งแรกที่ควรทำคือ การจัดสรรพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมภายในบ้าน อาจเป็นมุมเล็กๆ ที่เงียบสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ และมีอากาศถ่ายเท เพื่อให้เรามีสมาธิกับการทำงานได้อย่างเต็มที่ ลองจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ และมีอุปกรณ์ที่จำเป็นครบครัน จะช่วยให้เราทำงานได้ราบรื่นขึ้นเยอะเลย

จัดการเวลาและตารางงานอย่างมีวินัย

การสร้างตารางเวลาที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญมาก กำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการทำงานให้เหมือนกับการไปทำงานที่ออฟฟิศ พักกลางวันให้ตรงเวลา และอย่าลืมพักเบรกสั้นๆ ระหว่างวัน การทำเช่นนี้จะช่วยให้เรามีวินัย และแยกแยะระหว่างเวลาทำงานกับเวลาส่วนตัวได้ชัดเจนขึ้น

การรักษาสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance)

การ WFH ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำงานตลอดเวลา การรักษาสมดุลชีวิตและการทำงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

พักผ่อนให้เพียงพอและจัดสรรเวลาส่วนตัว

พยายามนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน และหาเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง หรือทำงานอดิเรกต่างๆ เพื่อผ่อนคลายความเครียดและเติมพลังให้ตัวเอง

การดูแลสุขภาพกายและใจ

สุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ

ออกกำลังกายสม่ำเสมอแม้จะอยู่บ้าน

แม้ว่ายิมหรือฟิตเนสหลายแห่งจะต้องปิดไป แต่ก็มีคลิปออกกำลังกายเองที่บ้านให้เลือกมากมาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยหลั่งสารแห่งความสุข (Endorphins) ทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีพลัง และช่วยลดความเครียดหรือความหดหู่ที่อาจเกิดขึ้นจากการอยู่บ้านนานๆ ได้เป็นอย่างดี

เชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานและสังคม

การ WFH อาจทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวได้ง่ายๆ ดังนั้น การเชื่อมต่อกับคนรอบข้างจึงเป็นสิ่งจำเป็น

สร้างปฏิสัมพันธ์เพื่อลดความโดดเดี่ยว

หมั่นติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิดีโอคอล พูดคุยเรื่องงาน หรือแม้กระทั่งแลกเปลี่ยนเรื่องราวส่วนตัวบ้างเล็กน้อย นอกจากนี้ อย่าลืมพูดคุยกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เพื่อรักษาสัมพันธภาพและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวลง

อนาคตของการทำงาน: WFH จะยังคงอยู่หรือไม่?

คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ การ WFH จะกลายเป็น “New Normal” หรือเป็นเพียงวิถีชั่วคราว?

บทบาทของเทคโนโลยีในการสนับสนุน WFH

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการ WFH ตั้งแต่แพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์ โปรแกรมบริหารจัดการโปรเจกต์ ไปจนถึงระบบคลาวด์ต่างๆ ที่ช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลและทำงานร่วมกันได้จากทุกที่ เทคโนโลยีเหล่านี้จะยังคงพัฒนาต่อไป และจะทำให้การ WFH มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

การปรับตัวขององค์กรในยุค New Normal

หลายองค์กรได้เริ่มตระหนักถึงข้อดีของการ WFH และเริ่มปรับนโยบายให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะได้เห็นรูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Work) ที่พนักงานสามารถเลือกทำงานที่บ้านหรือเข้าออฟฟิศได้ตามความเหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มอิสระและความสุขในการทำงานให้กับพนักงานได้มากยิ่งขึ้น

สรุป Work From Home: WFH ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือวิถีชีวิตใหม่

การทำงานที่บ้านในยุคโควิดระลอกใหม่นี้ ไม่ใช่แค่การปรับตัวชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตใหม่ที่เราต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ จากบทเรียนในอดีต เราได้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ การสร้างวินัยในการทำงาน การรักษาสมดุลชีวิต และการดูแลสุขภาพในทุกมิติ การ WFH อาจมีทั้งข้อดีและข้อท้าทาย แต่หากเราปรับตัวและใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างชาญฉลาด เราก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุข และก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างเข้มแข็งแน่นอน

 

บทความที่น่าสนใจ

 


คำถามที่พบบ่อย (FAQs) Work From Home

  1. WFH ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างไร? WFH สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้หากมีการจัดการที่ดี เช่น การสร้างวินัยในการทำงาน การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และการรักษาสมดุลชีวิตส่วนตัวกับงาน แต่หากจัดการไม่ดี ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้ เนื่องจากขาดสมาธิ หรือมีการทำงานเกินเวลาปกติ
  2. ควรทำอย่างไรหากรู้สึกหดหู่จากการ WFH นานๆ? หากรู้สึกหดหู่ ควรพยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรกทำ เชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานและคนในครอบครัว และหากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
  3. มีเครื่องมืออะไรบ้างที่ช่วยให้ WFH มีประสิทธิภาพมากขึ้น? มีเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้ WFH มีประสิทธิภาพ เช่น โปรแกรมการประชุมออนไลน์ (Zoom, Microsoft Teams), แพลตฟอร์มบริหารจัดการโปรเจกต์ (Trello, Asana), และเครื่องมือสื่อสารภายในทีม (Slack)
  4. องค์กรควรสนับสนุนพนักงานที่ WFH อย่างไร? องค์กรควรให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ที่จำเป็น มีการสื่อสารที่ชัดเจน สร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความยืดหยุ่น และให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของพนักงาน โดยอาจจัดกิจกรรมออนไลน์ หรือให้คำปรึกษาแก่พนักงาน
  5. WFH จะยังคงเป็นรูปแบบการทำงานหลักในอนาคตหรือไม่? มีความเป็นไปได้สูงที่ WFH หรือรูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Work) จะยังคงอยู่ต่อไปในอนาคต แม้สถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายลง เนื่องจากองค์กรและพนักงานได้เห็นถึงข้อดีและความยืดหยุ่นของการทำงานรูปแบบนี้

ขอบคุณที่มา และบทความเต็ม https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/915739

Pongsak D

เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress และ Technical SEO ประสบการณ์กว่า จำนวน 15 ปี ปัจจุบันเป็น Lead Developer และผู้ก่อตั้ง Wisdom Firm มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการนำ AI และระบบ Automation (เช่น n8n, Gemini) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

Close
WiSDOM FiRM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.