News

Windows 11 22H2 หมดซัพพอร์ต 14 ต.ค. 2568: ต้องทำไง

ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับ Windows 11 เวอร์ชัน 22H2 กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่ใช้รุ่น Enterprise, Education และ IoT Enterprise คงต้องรีบตื่นตัวเป็นพิเศษ เพราะไมโครซอฟต์เขาออกมาประกาศย้ำเตือนอีกครั้งแล้วว่า วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นี้ จะเป็นวันสิ้นสุดระยะการให้บริการ หรือที่เราเรียกกันว่า “End-of-Service” ของ Windows 11 22H2 สำหรับรุ่นดังกล่าวแล้วนะครับ

เอ๊ะ แล้วมันสำคัญยังไงน่ะเหรอ? ลองคิดดูสิครับว่าถ้าคอมพิวเตอร์ของเราไม่มีเกราะป้องกันที่แข็งแรงพอ จะเกิดอะไรขึ้น? วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้กัน เพื่อให้คุณเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ได้อย่างไร้กังวล


เลือกอ่าน หัวข้อที่สนใจ

ทำความเข้าใจ “End-of-Service” คืออะไร? และทำไมมันถึงสำคัญ?

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “End-of-Service” หรือ “หมดระยะซัพพอร์ต” กันมาบ้างแล้ว แต่เรามาทบทวนกันอีกครั้งดีกว่าครับว่ามันคืออะไรกันแน่? พูดง่ายๆ คือเมื่อผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ใดๆ ถึงระยะ End-of-Service แล้ว ผู้ผลิตจะไม่ทำการอัปเดต ไม่ว่าจะเป็นอัปเดตความปลอดภัย การแก้ไขข้อผิดพลาด หรือการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้อีกต่อไปแล้วครับ

ผลกระทบของการหมดอายุซัพพอร์ตที่ต้องรู้

แล้วผลกระทบของการหมดอายุซัพพอร์ตมันร้ายแรงแค่ไหนกันล่ะ? ลองจินตนาการดูนะครับว่าคอมพิวเตอร์ของเราเปรียบเสมือนบ้าน ถ้าไม่มีคนคอยดูแลซ่อมแซม หรือติดตั้งระบบป้องกันภัยให้ บ้านเราก็อาจจะเสี่ยงต่อการถูกบุกรุกจากขโมยได้ง่ายๆ ใช่ไหมครับ? เช่นเดียวกัน เมื่อ Windows ของเราหมดอายุซัพพอร์ต ก็หมายความว่า:

  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูงขึ้น: นี่คือผลกระทบที่สำคัญที่สุดเลยครับ เมื่อไม่มีการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัย ช่องโหว่ต่างๆ ที่แฮกเกอร์อาจจะใช้โจมตีเครื่องของเราก็จะไม่ถูกปิด ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของเราตกอยู่ในอันตรายได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลธนาคาร รหัสผ่าน หรือแม้แต่รูปภาพส่วนตัว
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง: แม้จะไม่มีผลโดยตรงในทันที แต่การไม่มีการแก้ไขบั๊ก หรือปรับปรุงประสิทธิภาพ อาจทำให้ระบบทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดอาการค้าง ช้า หรือแม้กระทั่งโปรแกรมบางตัวอาจจะไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการได้ในอนาคต
  • ไม่รองรับซอฟต์แวร์ใหม่ๆ: ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันใหม่ๆ มักจะถูกพัฒนาให้รองรับกับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุด เมื่อเรายังใช้เวอร์ชันเก่าอยู่ ก็อาจจะไม่สามารถติดตั้งหรือใช้งานซอฟต์แวร์เหล่านั้นได้

ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้? (Enterprise, Education, IoT Enterprise)

ย้ำกันอีกครั้งนะครับว่าการประกาศครั้งนี้มีผลกับผู้ใช้งาน Windows 11 22H2 รุ่น Enterprise, Education และ IoT Enterprise เท่านั้น ส่วนใครที่ใช้รุ่น Home และ Pro สบายใจได้เลยครับ เพราะรุ่นของคุณหมดระยะซัพพอร์ตไปตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว (2567) โน่นแล้ว และน่าจะได้รับการอัปเกรดไปเวอร์ชันใหม่กันหมดแล้วใช่ไหมครับ?


Timeline ที่ควรรู้: ทำไม 14 ตุลาคม 2568?

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นี้ ไม่ใช่แค่วันธรรมดาๆ นะครับ แต่มันคือเส้นตายที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจเลยทีเดียว เพราะหลังจากวันนี้ไปแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังใช้ Windows 11 22H2 (สำหรับรุ่น Enterprise, Education, IoT Enterprise) จะไม่ได้รับการอัปเดตความปลอดภัยและฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกต่อไป ซึ่งนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่คุณจะต้องเผชิญหน้า

ความแตกต่างของ End-of-Service ระหว่าง Home/Pro กับ Enterprise/Education/IoT Enterprise

อาจจะมีบางคนสงสัยว่าทำไม End-of-Service ของ Windows 11 22H2 ถึงไม่เท่ากันล่ะ? เรื่องนี้เป็นไปตามนโยบายการสนับสนุนของไมโครซอฟต์ครับ โดยทั่วไปแล้ว Windows เวอร์ชันสำหรับองค์กรและการศึกษา (Enterprise, Education) มักจะมีระยะเวลาการสนับสนุนที่ยาวนานกว่าเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (Home, Pro) เพื่อให้องค์กรมีเวลาเพียงพอในการวางแผนและดำเนินการอัปเกรดระบบ

  • Windows 11 22H2 Home และ Pro: หมดระยะซัพพอร์ตไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567
  • Windows 11 22H2 Enterprise, Education และ IoT Enterprise: จะหมดระยะซัพพอร์ตในวันที่ 14 ตุลาคม 2568

การอัปเดตความปลอดภัยครั้งสุดท้าย: ปิดฉาก 22H2 อย่างสมบูรณ์

การอัปเดตความปลอดภัยในเดือนตุลาคม 2568 จะเป็น “ครั้งสุดท้าย” ที่ Windows 11 22H2 (สำหรับรุ่นที่ได้รับผลกระทบ) จะได้รับ หลังจากนั้นก็จะไม่มีอะไรส่งตรงมาจากไมโครซอฟต์อีกแล้วนะครับ เหมือนกับการปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ


ไมโครซอฟต์เตรียมพร้อม: อัปเกรดอัตโนมัติสู่ Windows 11 24H2 เพื่อความปลอดภัยของคุณ

ไมโครซอฟต์ไม่ได้ทอดทิ้งผู้ใช้งานให้เผชิญความเสี่ยงตามลำพังนะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานยังคงปลอดภัยและสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง Windows Update จะเริ่มทำการอัปเกรดฟีเจอร์ให้อุปกรณ์ที่ ไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการองค์กร โดยอัตโนมัติเลยครับ โดยจะอัปเกรดไปสู่ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ซึ่งเป็นอัปเดตล่าสุดที่เริ่มปล่อยออกมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และขยายไปยังอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์มาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ระบบจะอัปเกรดอัตโนมัติเมื่อไหร่? (สำหรับอุปกรณ์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการองค์กร)

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในองค์กรใหญ่ๆ หรือไม่ได้มีการตั้งค่านโยบายการอัปเดตที่ซับซ้อน เครื่องของคุณจะได้รับการอัปเกรดเป็น 24H2 โดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมครับ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมานั่งกดเองทุกขั้นตอน เพราะไมโครซอฟต์เขาดูแลให้คุณเรียบร้อยแล้ว

คุณมีทางเลือก: กำหนดเวลาการรีสตาร์ทเพื่อติดตั้งอัปเดตเองได้

แม้ว่าระบบจะอัปเดตอัตโนมัติ แต่ไมโครซอฟต์ก็ไม่ได้ใจร้ายบังคับให้คุณรีสตาร์ทเครื่องทันทีนะครับ คุณสามารถเลือกเวลาที่สะดวกนอกชั่วโมงทำงานเพื่อทำการรีสตาร์ทและติดตั้ง Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ได้เอง เพื่อไม่ให้กระทบกับการทำงานหรือกิจกรรมสำคัญของคุณ ถือเป็นความยืดหยุ่นที่ไมโครซอฟต์มอบให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ ครับ


วิธีรับ Windows 11 24H2 ก่อนใคร

สำหรับใครที่ใจร้อน! ไม่อยากรอให้อัปเดตอัตโนมัติ หรืออยากลองฟีเจอร์ใหม่ๆ ก่อนใครเพื่อน ไมโครซอฟต์ก็มีทางออกให้ครับ คุณสามารถเลือกที่จะรับอัปเดตล่าสุดได้ทันทีเลย เพียงแค่เปิดตัวเลือกบางอย่างเท่านั้นเอง

เปิดตัวเลือก “รับอัปเดตล่าสุดทันทีที่มีให้” ทำอย่างไร?

วิธีการก็แสนง่ายดายครับ เพียงแค่เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > Windows Update แล้วมองหาตัวเลือกที่เขียนว่า “รับอัปเดตล่าสุดทันทีที่มีให้” (Get the latest updates as soon as they’re available) แล้วทำการ เปิด (On) มันซะ! แค่นี้คุณก็จะเป็นคนแรกๆ ที่ได้สัมผัสกับ Windows 11 24H2 และฟีเจอร์ใหม่ๆ ก่อนใครแล้วครับ

ข้อควรระวัง: ก่อนรีบอัปเกรดมีอะไรต้องพิจารณาบ้าง? (ปัญหาไดรเวอร์, ซอฟต์แวร์)

แต่เดี๋ยวก่อน! แม้ว่าการได้อัปเดตก่อนใครจะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ก็ต้องระมัดระวังนิดหน่อยนะครับ เพราะการอัปเดตเวอร์ชันใหญ่ๆ แบบนี้ บางครั้งอาจจะมาพร้อมกับ “เซอร์ไพรส์” ที่ไม่คาดคิดได้ เช่น:

  • ปัญหาไดรเวอร์: ไดรเวอร์บางตัวอาจจะไม่รองรับกับ Windows เวอร์ชันใหม่ ทำให้ฮาร์ดแวร์บางชิ้นทำงานได้ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ทำงานเลย
  • ปัญหาซอฟต์แวร์: ซอฟต์แวร์บางตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอฟต์แวร์เก่าๆ อาจจะไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Windows 11 24H2 ได้ ทำให้ต้องหาโปรแกรมทางเลือก หรือรอการอัปเดตจากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์นั้นๆ
  • บั๊กเล็กๆ น้อยๆ: ในช่วงแรกของการปล่อยอัปเดต อาจจะมีบั๊กเล็กๆ น้อยๆ ที่ยังไม่ถูกค้นพบหรือแก้ไข ซึ่งอาจจะรบกวนการใช้งานของคุณได้

ดังนั้น ก่อนที่จะรีบกดอัปเดต ผมขอแนะนำให้คุณ คิดดีๆ และประเมินความเสี่ยง ของตัวเองก่อนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นในการทำงานที่สำคัญ หรือมีโปรแกรมเฉพาะทางที่จำเป็นต้องใช้งานอยู่เป็นประจำ


มองหาอนาคต: เช็กสถานะ Windows ของคุณ วางแผนล่วงหน้า

การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเสมอครับ ไม่ใช่แค่เรื่อง Windows 11 22H2 เท่านั้น แต่รวมถึง Windows รุ่นอื่นๆ ด้วย การรู้กำหนด End-of-Service จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการอัปเกรด หรือจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องมานั่งรีบร้อนเมื่อถึงเวลาฉุกเฉิน

Windows Lifecycle FAQ: แหล่งข้อมูลที่ไม่ควรมองข้าม

ไมโครซอฟต์มีหน้าเว็บที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไว้ให้เราได้ตรวจสอบกันครับ นั่นก็คือหน้า Windows Lifecycle FAQ คุณสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Windows รุ่นต่างๆ ได้ที่นี่ เพื่อดูว่าแต่ละเวอร์ชันจะหมดอายุซัพพอร์ตเมื่อไหร่ และมีรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง

เครื่องมือค้นหา Lifecycle Policy: ในการวางแผนอัปเกรด

นอกจากหน้า FAQ แล้ว ไมโครซอฟต์ยังมีเครื่องมือค้นหา Lifecycle Policy ที่ช่วยให้คุณสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการสนับสนุนของผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟต์ได้อย่างละเอียด เพียงแค่พิมพ์ชื่อผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการลงไป ระบบก็จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาให้คุณได้ศึกษาอย่างครบถ้วนเลยครับ


ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน: สิ่งที่คุณควรทำตอนนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

มาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าคุณจะเห็นความสำคัญของการเตรียมตัวรับมือกับ End-of-Service ของ Windows 11 22H2 กันแล้วนะครับ เพื่อให้คุณใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง ผมมีข้อแนะนำที่คุณควรทำตอนนี้มาฝากกันครับ

สำรองข้อมูลสำคัญ: เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามก่อนอัปเกรด

นี่คือ สิ่งสำคัญอันดับแรก ที่คุณควรทำก่อนที่จะทำการอัปเกรด หรือแม้กระทั่งก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับระบบปฏิบัติการของคุณครับ ลองจินตนาการดูสิครับว่าถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาระหว่างการอัปเดต แล้วข้อมูลสำคัญของคุณ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ คลิปวิดีโอ เอกสารสำคัญ หรือไฟล์งานต่างๆ หายไป คุณจะเสียใจแค่ไหน?

การสำรองข้อมูลสามารถทำได้หลายวิธีครับ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกไฟล์ไปยังฮาร์ดดิสก์ภายนอก, อัปโหลดขึ้น Cloud Storage เช่น OneDrive, Google Drive, Dropbox หรือใช้โปรแกรมสำรองข้อมูลโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ตรวจสอบความเข้ากันได้: ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของคุณพร้อมหรือยัง?

ก่อนที่จะตัดสินใจอัปเกรดเป็น Windows 11 24H2 ผมขอแนะนำให้คุณตรวจสอบความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของคุณก่อนครับ:

  • ฮาร์ดแวร์: ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีคุณสมบัติขั้นต่ำที่ Windows 11 24H2 ต้องการหรือไม่ (CPU, RAM, พื้นที่เก็บข้อมูล, TPM 2.0, Secure Boot) คุณสามารถใช้เครื่องมือ PC Health Check ของไมโครซอฟต์ในการตรวจสอบได้
  • ซอฟต์แวร์: ตรวจสอบว่าซอฟต์แวร์และโปรแกรมที่คุณใช้งานอยู่เป็นประจำนั้น รองรับกับ Windows 11 24H2 หรือไม่ หากเป็นซอฟต์แวร์เฉพาะทาง หรือเวอร์ชันเก่ามากๆ อาจจะต้องติดต่อผู้พัฒนาซอฟต์แวร์นั้นๆ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การตรวจสอบเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการอัปเกรด และช่วยให้คุณใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างราบรื่นครับ


สรุป: อย่ารอ ! ความปลอดภัย คือสิ่งสำคัญ

ถึงแม้ว่าวันที่ 14 ตุลาคม 2568 จะยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน แต่การเตรียมตัวล่วงหน้าย่อมดีกว่าการมานั่งแก้ปัญหาเมื่อถึงเวลาคับขันนะครับ เพราะความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวและประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม

การอัปเกรดเป็น Windows 11 เวอร์ชันล่าสุด ไม่ใช่แค่การได้ใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับเครื่องของคุณจากภัยคุกคามต่างๆ ที่นับวันจะยิ่งซับซ้อนและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นอย่ารอช้าที่จะวางแผนและดำเนินการอัปเกรดเพื่อให้คุณยังคงใช้งานได้อย่างปลอดภัยและไร้กังวลนะครับ!

 

บทความที่น่าสนใจ

 


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ถ้าไม่ได้อัปเกรด Windows 11 22H2 ก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2568 จะเกิดอะไรขึ้น? หลังจากวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังใช้ Windows 11 22H2 (สำหรับรุ่น Enterprise, Education, IoT Enterprise) จะไม่ได้รับการอัปเดตความปลอดภัยและฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกต่อไป ซึ่งจะทำให้เครื่องของคุณเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากมัลแวร์และไวรัสต่างๆ ได้ง่ายขึ้นครับ
  2. ฉันจะตรวจสอบได้อย่างไรว่า Windows 11 ของฉันเป็นเวอร์ชัน 22H2 หรือไม่? คุณสามารถตรวจสอบเวอร์ชัน Windows ได้โดยไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ระบบ (System) > เกี่ยวกับ (About) แล้วมองหาข้อมูลในส่วนของ “เวอร์ชัน (Version)” ครับ
  3. ถ้าฉันใช้ Windows 11 Home หรือ Pro ต้องกังวลเรื่อง End-of-Service ของ 22H2 ไหม? ไม่ต้องกังวลครับ! Windows 11 22H2 สำหรับรุ่น Home และ Pro ได้หมดระยะซัพพอร์ตไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 แล้ว และน่าจะได้รับการอัปเกรดเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่าโดยอัตโนมัติไปแล้วนะครับ
  4. การอัปเกรดเป็น Windows 11 24H2 จะทำให้ข้อมูลของฉันหายไปหรือไม่? โดยปกติแล้ว การอัปเกรดเวอร์ชัน Windows จะไม่ทำให้ข้อมูลของคุณหายไปครับ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ขอแนะนำให้สำรองข้อมูลสำคัญทั้งหมด ก่อนการอัปเกรดเสมอ เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ
  5. หากฉันพบปัญหาหลังการอัปเกรดเป็น Windows 11 24H2 ฉันจะทำอย่างไร? หากคุณพบปัญหาหลังการอัปเกรด คุณสามารถลองตรวจสอบการอัปเดตไดรเวอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ หรือค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาในเว็บไซต์สนับสนุนของไมโครซอฟต์ได้ครับ หากปัญหายังคงอยู่ อาจจะต้องพิจารณาการย้อนกลับไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้า (หากอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด) หรือติดต่อฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิคครับ

ข้อมูลที่มา

สิ้นสุดการสนับสนุนในปี 2025 – Microsoft Lifecycle | Microsoft Learn

Windows 11 เวอร์ชัน 22H2 สำหรับรุ่น Home, Pro, Pro Education และ Pro for Workstations จะถึงระยะ End-of-service (สิ้นสุดการให้บริการ) ในวันที่ 14 ตุลาคม 2025. หลังจากวันนั้น อุปกรณ์ที่ใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 22H2 เหล่านี้จะไม่ได้รับการอัปเดตความปลอดภัยรายเดือนอีกต่อไป. 

สรุปเพิ่มเติม:

  • Windows 11 22H2 (Home, Pro, Pro Education, Pro for Workstations) สิ้นสุดการให้บริการวันที่ 14 ตุลาคม 2025 .
  • หลังจากวันที่ 14 ตุลาคม 2025 จะไม่มีการอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ Windows 11 22H2 .
  • ผู้ใช้ควรอัปเกรดเป็น Windows 11 เวอร์ชันที่ใหม่กว่า (เช่น 23H2) เพื่อรับการสนับสนุนและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง . 

รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • Windows 11 เวอร์ชัน 21H2: สิ้นสุดการสนับสนุนสำหรับรุ่น Home และ Pro ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2023 และสำหรับรุ่น Enterprise และ Education ในวันที่ 8 ตุลาคม 2024. 
  • Windows 11 เวอร์ชัน 22H2 (Enterprise และ Education): จะถึงระยะสิ้นสุดการให้บริการในวันที่ 14 ตุลาคม 2025 พร้อมกับรุ่น Home และ Pro. 
  • Windows 11 เวอร์ชัน 23H2: เป็นเวอร์ชันปัจจุบันที่แนะนำสำหรับผู้ใช้ทั่วไป. 
  • Microsoft แนะนำให้อัปเกรดเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่าเพื่อรับการอัปเดตความปลอดภัยและการปรับปรุงใหม่ๆ . 
  • ผู้ใช้สามารถตรวจสอบเวอร์ชันของ Windows 11 ได้ที่ Settings > System > About > Windows Specifications . 

คำแนะนำ: หากคุณยังใช้ Windows 11 22H2 ควรพิจารณาอัปเกรดเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่าโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบ. 

Pongsak D

เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress และ Technical SEO ประสบการณ์กว่า จำนวน 15 ปี ปัจจุบันเป็น Lead Developer และผู้ก่อตั้ง Wisdom Firm มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการนำ AI และระบบ Automation (เช่น n8n, Gemini) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

Close
WiSDOM FiRM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.