5 ข้อเสียจากการทำงานแบบ work from home
การทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Work From Home (WFH) ได้กลายเป็น New Normal ของใครหลาย ๆ คนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจมองเห็นแต่ข้อดี เช่น ไม่ต้องเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย หรือมีอิสระในการจัดสรรเวลามากขึ้น แต่เดี๋ยวก่อน! ทุกเหรียญย่อมมีสองด้าน และ WFH เองก็มี “มุมมืด” หรือข้อเสียที่หลายคนอาจมองข้ามไป วันนี้ผมจะพาคุณไปเจาะลึก 5 ข้อเสียหลัก ๆ ที่อาจทำให้คุณต้องฉุกคิดใหม่เกี่ยวกับการทำงานที่บ้าน
1. ความเหงาและความเบื่อ: เมื่อโลกส่วนตัวกลืนกินการทำงาน
จริงอยู่ที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานร่วมกันออนไลน์นั้นช่วยให้เราเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงานได้ง่ายขึ้น แต่คุณเคยรู้สึกไหมว่า…ลึก ๆ แล้ว มันก็ยังไม่เหมือนเดิม?
1.1 การขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่คุ้นเคย
ลองนึกภาพเมื่อก่อนสิครับ พักเที่ยงก็มีเพื่อนร่วมงานชวนไปหาอะไรอร่อย ๆ กิน หรือแม้แต่เดินผ่านแผนกอื่นก็ยังได้ทักทายพูดคุยกันบ้างเล็กน้อย แต่พอ Work From Home โลกของคุณก็เหมือนถูกจำกัดอยู่แค่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมของบ้านตัวเอง ใช่ครับ! คุณอาจจะวิดีโอคอลกับเพื่อนร่วมงาน ประชุมออนไลน์กันเป็นชั่วโมง ๆ แต่นั่นก็แตกต่างจากการปฏิสัมพันธ์แบบ “ตัวเป็น ๆ” โดยสิ้นเชิง
1.1.1 บรรยากาศเงียบเหงาที่บ้านกับความอ้างว้าง
ลองคิดดูสิครับ จากที่เคยมีเสียงเจี๊ยวจ๊าวจากเพื่อนร่วมงาน มีคนเดินไปเดินมาให้เห็นอยู่ตลอดเวลา พอมาอยู่บ้าน คุณอาจจะเจอแต่ความเงียบสงัด หรือไม่ก็เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานวนไปวนมา ความรู้สึกเหงา ๆ นี้มันสามารถคืบคลานเข้ามาได้ง่าย ๆ เลยนะ ยิ่งถ้าคุณเป็นคน extrovert ที่ชอบพบปะผู้คนล่ะก็ ข้อนี้อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้คุณรู้สึกเบื่อหน่ายและหมดไฟได้ง่าย ๆ
1.2 วิธีรับมือกับความรู้สึกโดดเดี่ยว
แล้วจะทำยังไงดีล่ะ เมื่อความเหงาเริ่มกัดกินหัวใจ?
1.2.1 สร้างตารางเวลาส่วนตัวที่ยืดหยุ่น
สิ่งสำคัญคือการ “ออกไปข้างนอก” ครับ อย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ลองหาเวลาพักสัก 15-30 นาทีในช่วงบ่าย ออกไปเดินเล่นรอบ ๆ บ้าน หรือแค่ลงไปซื้อกาแฟที่ร้านโปรดก็ได้ หรือหลังเลิกงาน ลองนัดเพื่อนสนิทไปทานข้าว หรือออกกำลังกายดูบ้าง การได้เปลี่ยนบรรยากาศและพบปะผู้คนจริง ๆ จะช่วยคลายความเหงาและเพิ่มพลังให้คุณได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
2. เส้นแบ่งที่พร่าเลือน: เมื่อบ้านกลายเป็นที่ทำงาน
เคยไหมครับที่รู้สึกว่างานมันตามติดคุณไปทุกที่ แม้กระทั่งตอนอยู่บ้าน? นี่แหละคืออีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของการ Work From Home ที่หลายคนต้องเจอ
2.1 ปัญหาการถูกรบกวนนอกเวลางาน
ถ้าคุณยังจำความรู้สึกฟิน ๆ ตอนที่ทำงานเสร็จแล้วได้กลับบ้านพักผ่อนได้ดี ผมบอกเลยว่าพอ Work From Home ความรู้สึกแบบนั้นมันจะค่อย ๆ เลือนหายไป เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่า “บ้าน” ของคุณได้กลายมาเป็น “ที่ทำงาน” ไปโดยปริยายไงครับ
2.1.1 การคาดหวังที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากการทำงานที่บ้าน
หลาย ๆ ครั้ง คุณอาจถูกตามงานนอกเหนือเวลาทำงานปกติ เพราะคนอื่น ๆ ก็อาจจะคิดไปเองว่า “อยู่บ้านก็คงพร้อมทำงานได้ตลอดเวลาแหละมั้ง?” ซึ่งนั่นเป็นการเข้าใจผิดอย่างมหันต์! การถูกรบกวนตลอดเวลาแบบนี้ ทำให้ชีวิตส่วนตัวของคุณแทบจะไม่มีอยู่จริง และนั่นนำมาซึ่งความเครียดสะสมได้อย่างไม่รู้ตัว
2.2 เทคนิคการบริหารเวลาเพื่อชีวิตที่สมดุล
แล้วจะทำยังไงให้มีชีวิตที่สมดุล ไม่ให้งานเข้ามากลืนกินเวลาส่วนตัวจนหมดล่ะ?
2.2.1 กำหนด To-Do List ที่ชัดเจน
ลองกำหนด To-Do List ที่ชัดเจนในแต่ละวันดูครับ ตั้งเป้าหมายว่าวันนี้คุณจะต้องทำงานอะไรให้เสร็จบ้าง และทำให้เสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ เมื่อทำงานเสร็จแล้ว ก็คือจบ! ปิดคอมพิวเตอร์ และตัดขาดจากเรื่องงานไปเลย
2.2.2 สร้างพื้นที่ทำงานแยกจากพื้นที่พักผ่อน
ถ้าเป็นไปได้ ลองจัดสรรพื้นที่ในบ้านให้เป็น “โซนทำงาน” โดยเฉพาะ เช่น โต๊ะทำงานในห้องที่เงียบสงบ การแยกพื้นที่ชัดเจนแบบนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกว่าเมื่ออยู่ในโซนทำงาน คุณกำลังทำงาน และเมื่อออกจากโซนนั้น คุณก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
3. สุขภาพกายใจที่ถูกละเลย: ทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเอง
การ Work From Home ทำให้คุณต้องจ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน บางทีก็ลืมพัก ลืมลุกไปไหน ซึ่งนั่นส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจของคุณได้มากกว่าที่คุณคิด
3.1 ความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพทางกาย
หลายคนที่อยู่คนเดียวอาจจะไม่ได้ออกไปไหนเลยตลอดทั้งวัน ไม่ได้พบแสงเดือนแสงตะวันภายนอกเลยก็มี ลองคิดดูสิครับ ร่างกายเราต้องการการเคลื่อนไหวและการพักผ่อนที่เพียงพอ
3.1.1 อาการออฟฟิศซินโดรมที่มาเยือนเร็วกว่าที่คิด
อาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ หรือที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของคนทำงานออฟฟิศอีกต่อไปครับ คน Work From Home ก็เป็นได้เหมือนกัน เพราะท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่มีการพักผ่อนเลยนั้น เป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้
3.2 การดูแลสุขภาพตาและท่าทางการทำงาน
แล้วจะดูแลตัวเองยังไงไม่ให้ปัญหาสุขภาพเหล่านี้คุกคามเราได้ล่ะ?
3.2.1 เทคนิค 25-5 โพโมโดโรเพื่อสุขภาพที่ดี
ลองใช้ เทคนิคโพโมโดโร (Pomodoro Technique) ดูครับ กำหนดตารางการทำงานเป็นช่วง ๆ เช่น ทำงาน 25 นาที แล้วพัก 5 นาที การพักสั้น ๆ เหล่านี้ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายและไม่เครียดจนเกินไป ที่สำคัญคือ “สายตา” ของเราครับ อย่าจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน
3.2.2 การลุกยืนและพักสายตาอย่างสม่ำเสมอ
ควรมีการ พักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ เช่น มองออกไปนอกหน้าต่าง หรือหลับตาพักสายตาสักครู่ และที่สำคัญคือ ลุกจากเก้าอี้บ่อย ๆ ยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมครับ
4. เมื่อไร้เงาผู้ช่วย: ปัญหา IT ที่ต้องแก้ด้วยตัวเอง
สำหรับหลาย ๆ คนที่ Work From Home ปัญหาใหญ่ที่มักเจอคือเรื่องของเทคโนโลยีครับ
4.1 ความท้าทายในการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค
คุณเคยเจอสถานการณ์ที่โปรแกรมทำงานค้าง หรือ VPN ล่ม จนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนกลางได้ไหมครับ? หรือแม้แต่ปัญหาฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์/แล็ปท็อปที่จู่ ๆ ก็ใช้งานไม่ได้ ซึ่งทำให้คุณไม่สามารถทำงานต่อได้เลย
4.1.1 โปรแกรมรวน VPN ล่ม ทำงานต่อไม่ได้
เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ที่ออฟฟิศ คุณก็แค่เดินไปหาพี่ ๆ ฝ่าย IT แป๊บเดียวก็ได้ความช่วยเหลือแล้ว แต่พอ Work From Home คุณต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก และบางครั้งปัญหามันก็ซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะแก้ไขได้เองจริง ๆ ครับ ทำให้งานสะดุด และเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ
4.2 การเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า
แล้วจะทำยังไงให้งานไม่สะดุดเมื่อเกิดปัญหา IT ล่ะ?
4.2.1 มีแผนสำรองเมื่อระบบล่มหรือโปรแกรมมีปัญหา
สิ่งสำคัญคือการ “เตรียมพร้อม” ครับ ลองศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโปรแกรมที่ใช้งานบ่อย ๆ หรือมีช่องทางติดต่อฝ่าย IT ของบริษัทที่รวดเร็วและสามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที เช่น เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน หรือช่องทางแชทเฉพาะกิจ นอกจากนี้ การมีอินเทอร์เน็ตสำรอง หรืออุปกรณ์สำรองไว้บ้าง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่งานจะสะดุดได้ครับ
5. แรงบันดาลใจที่หายไป: เมื่อสิ่งล่อใจอยู่รอบตัว
การทำงานที่บ้าน คุณต้องเจอกับอุปสรรคที่ทำให้คุณขี้เกียจและไม่อยากทำงานหลาย ๆ อย่าง จริงไหมครับ?
5.1 สิ่งรบกวนที่มากกว่าที่คิด
ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์เรื่องโปรดที่เพิ่งเข้าใหม่ เกมสนุก ๆ บนคอนโซล หรือแม้กระทั่งเตียงนอนนุ่ม ๆ ที่ชวนให้คุณอยากพักผ่อนตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้แตกต่างจากการทำงานที่ออฟฟิศที่คุณอาจโดนเจ้านายเรียกหรือตามงานอยู่บ่อย ๆ
5.1.1 ความบันเทิงที่บ้านกับการผลัดวันประกันพรุ่ง
เมื่ออยู่ที่บ้าน คุณจะไม่มีใครคอยกระตุ้นการทำงานอย่างใกล้ชิด นอกเสียจากการโดนตามงานผ่านไลน์ หรืออีเมล บางคนถึงขนาดโดนตามงานจากปลายสายโทรศัพท์เลยก็มี ซึ่งนั่นอาจหมายความว่าคุณปล่อยให้ตัวเองถูกสิ่งรบกวนดึงความสนใจไปนานเกินไป จนงานค้างพอกพูน
5.2 การสร้างแรงจูงใจในการทำงานที่บ้าน
แล้วจะสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานที่บ้านได้อย่างไร?
5.2.1 กำหนดเป้าหมายและรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้ตัวเอง
ลองกำหนด เป้าหมายเล็ก ๆ ในแต่ละวัน และเมื่อทำสำเร็จ ให้ ให้รางวัลตัวเอง บ้าง เช่น ถ้าวันนี้ทำงานเสร็จตามเป้าหมาย จะอนุญาตให้ตัวเองดูซีรีส์หนึ่งตอน หรือเล่นเกมสัก 30 นาที นอกจากนี้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงาน เช่น จัดโต๊ะให้เป็นระเบียบ มีแสงสว่างเพียงพอ และเปิดเพลงที่ช่วยสร้างสมาธิ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้ครับ
บทความที่น่าสนใจ
บทสรุป: Work From Home อย่างชาญฉลาด สร้างสมดุลชีวิต
การ Work From Home มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความสามารถในการจัดการของแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญคือการ “เข้าใจ” ข้อเสียเหล่านี้ และ “หาทางรับมือ” อย่างชาญฉลาด การสร้างวินัยให้ตัวเอง กำหนดขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว รวมถึงการดูแลสุขภาพกายและใจให้ดีอยู่เสมอ จะช่วยให้คุณสามารถ Work From Home ได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าโลกจะหมุนไปทางไหน เราก็ยังคงสร้างสมดุลชีวิตได้อย่างลงตัวเสมอ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- Q: ทำไมการ Work From Home ถึงทำให้รู้สึกเหงากว่าการทำงานที่ออฟฟิศ? A: การ Work From Home ทำให้คุณขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมแบบตัวต่อตัวที่เกิดขึ้นเป็นปกติในออฟฟิศ เช่น การพูดคุยกันช่วงพักเที่ยง หรือการทักทายกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้ง่ายกว่า
- Q: มีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้ไม่ถูกรบกวนงานนอกเวลางานเมื่อ Work From Home? A: คุณควรกำหนด To-Do List ที่ชัดเจนในแต่ละวัน และเมื่อทำงานเสร็จแล้วก็ควรหยุดพักทันที นอกจากนี้ การสร้างพื้นที่ทำงานแยกจากพื้นที่พักผ่อนในบ้านก็ช่วยได้มากครับ
- Q: การ Work From Home มีผลต่อสุขภาพกายอย่างไรบ้าง? A: การนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่พักผ่อนเพียงพอ อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ออฟฟิศซินโดรม อาการปวดหลัง ปวดคอ รวมถึงอาการปวดตาจากการจ้องจอเป็นเวลานานครับ
- Q: ถ้าเกิดปัญหา IT ระหว่าง Work From Home ควรทำอย่างไร? A: ควรศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโปรแกรมที่ใช้งานบ่อย ๆ และมีช่องทางติดต่อฝ่าย IT ของบริษัทที่รวดเร็ว นอกจากนี้ การมีอินเทอร์เน็ตสำรอง หรืออุปกรณ์สำรองไว้บ้าง ก็จะช่วยให้งานไม่สะดุดครับ
- Q: ทำไม Work From Home ถึงทำให้ขาดแรงบันดาลใจได้ง่าย? A: การทำงานที่บ้านมีสิ่งรบกวนรอบตัวมากมาย เช่น ซีรีส์ เกม หรือเตียงนอน ทำให้คุณเสียสมาธิและขาดแรงกระตุ้นในการทำงานได้ง่ายกว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ออฟฟิศครับ
ขอบคุณที่มา https://th.jobsdb.com/th workfromhome/


