บทความแปล : ผลสำรวจสวัสดิการที่ลูกจ้างต้องการจากนายจ้าง
บทความแปล : ถ้าท่านเป็นหนึ่งในลูกจ้างหรือนายจ้าง สวัสดิการที่แรกๆ ที่เรานึกถึงและต้องการมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของประกันสุขภาพและการทำฟันต่างๆ นั่นเอง ซึ่งตรงกับการสำรวจพนักงานหรือลูกจ้าง จำนวน 2,000 คน
โดย Fractl ที่ได้ทำการสำรวจสวัสดิการที่พนักงานต้องการจากนายจ้าง รวมถึงการตัดสินใจในการเลือกงานจากสวัสดิการหรือค่าตอบแทน โดยผลการสำรวจชี้ว่า นอกจากประกันสุขภาพที่ลูกจ้างต้องการมากเป็นอันดับหนึ่งแล้วนั้น ยังมีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น วันหยุดพักผ่อน การทำงานจากที่บ้าน และทุนกู้ยืมเงินทางการศึกษา

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้อีกว่า ประกันสุขภาพและการทำฟันมีผลในการตัดสินใจเข้าทำงานมากเป็นอันดับหนึ่งอีกเช่นกัน
และเมื่อแยกผลสำรวจระหว่างลูกจ้างชายและหญิงออกมาก็จะพบว่า ลูกจ้างหญิงจะเน้นไปทางด้านความสวยความงามและครอบครัว ได้แก่ คอร์สฟิตเนสหรือโยคะ รวมถึงเงินชดเชยในระหว่างการลาคลอดและบริการการดูแลบุตรพนักงานฟรี ซึ่งแตกต่างจากลูกจ้างชายที่เน้นส่งเสริมองค์กรและการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีมงานและขนมฟรีที่คอยบริการในเวลาทำงานนั่นเอง

เห็นอย่างนี้แล้ว นายจ้างทั้งหลายน่าจะนำผลสำรวจนี้ไปพัฒนาสวัสดิการและองค์กรของท่าน เพื่อให้เป็นหนึ่งในองค์กรที่น่าอยู่และน่าทำงานนะคะ
รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมสำรวจความต้องการและสวัสดิการของพนักงานในบริษัทของท่านดูนะคะ เป็นอีกสิ่งนึงที่สำคัญในการทำอย่างไรให้พนักงานอยู่กับบริษัทนานๆได้เหมือนกัน ทั้งนี้ การจะจัดสวัสดิการใดใดให้กับพนักงานก็ตาม ที่สำคัญต้องไม่ลืมประเมินและวางแผนค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้เหมาะสมด้วยนะคะ โดยเฉพาะอย่าลืมสำรวจดูองค์ประกอบหลายด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น อายุเฉลี่ยของพนักงานอยู่ในวัยไหน คนส่วนใหญ่ในวัยนี้ใส่ใจหรือควรเสริมเรื่องใด ค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องลงทุนไปจะได้ไม่สูญเปล่าและตรงกับความต้องการของพนักงานค่ะ เผลอๆอาจดึงดูดความน่าสนใจของบริษัทได้อย่างในบทความที่แปลมาแลกเปลี่ยนกันด้วย
(ขอขอบคุณข้อมูล จาก https://m.marketingprofs.com/charts/2017/31630/the-job-benefits-employees-value-most)
สวัสดิการ…มากกว่าแค่เงินเดือน
หลายครั้งที่เรามักจะมองว่าเงินเดือนคือปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สวัสดิการ กลับมีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันเลยครับ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันสูง พนักงานไม่ได้มองหาแค่รายได้ที่ดีเท่านั้น แต่พวกเขามองหา ความมั่นคง ความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สวัสดิการจึงเข้ามาเติมเต็มส่วนนี้ได้อย่างลงตัว
ความสำคัญของการดูแลพนักงาน
การที่องค์กรดูแลพนักงานเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่การตอบแทนการทำงานหนักของพวกเขาเท่านั้น แต่มันคือการสร้าง แรงจูงใจ ให้พนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กร อยากทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ และที่สำคัญที่สุดคืออยากอยู่กับองค์กรไปนาน ๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อองค์กรในระยะยาวอย่างมหาศาลเลยล่ะครับ
แรงจูงใจที่มองไม่เห็น
สวัสดิการบางอย่างอาจจะไม่ได้เป็นตัวเงินโดยตรง แต่มันคือ แรงจูงใจที่มองไม่เห็น ที่ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่าของพวกเขา เช่น การมีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น การทำงานจากที่บ้าน หรือแม้แต่การมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจในที่ทำงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างความสุขและลดความเครียดในการทำงานได้เป็นอย่างดี
สวัสดิการที่พนักงานต้องการมากที่สุด: เจาะลึกผลสำรวจ Fractl
มีการสำรวจที่น่าสนใจจาก Fractl ที่ได้ทำการสำรวจพนักงานกว่า 2,000 คน เกี่ยวกับสวัสดิการที่พวกเขาต้องการจากนายจ้าง และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าสนใจมากเลยครับ ถ้าอยากรู้ว่าสวัสดิการอะไรที่ฮิตติดลมบนบ้าง ลองมาดูกันเลย!
ประกันสุขภาพและการทำฟัน: สุดยอดสวัสดิการในฝัน
ไม่น่าแปลกใจเลยครับว่า ประกันสุขภาพและการทำฟัน ขึ้นแท่นเป็นสวัสดิการที่พนักงานต้องการมากที่สุด! ลองคิดดูสิครับว่าในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลพุ่งกระฉูด การมีประกันสุขภาพดี ๆ สักอันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความอุ่นใจให้พนักงานได้มากแค่ไหน
ความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุม
ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยและโรคร้ายแรง ถือเป็นสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสุขภาพที่ดีคือพื้นฐานของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และการที่องค์กรให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน ก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่แท้จริง
ความอุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายทันตกรรม
นอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพช่องปากก็สำคัญไม่แพ้กันครับ หลายคนอาจจะเคยประสบปัญหาค่าใช้จ่ายในการทำฟันที่สูงลิบลิ่ว การที่องค์กรมีสวัสดิการด้านทันตกรรม ก็เหมือนเป็นการปลดล็อกความกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ทำให้พนักงานกล้ายิ้มกว้างได้อย่างมั่นใจ
ความยืดหยุ่นในชีวิตการทำงาน
ยุคสมัยเปลี่ยนไป แนวคิดในการทำงานก็เปลี่ยนตามครับ ความยืดหยุ่นในชีวิตการทำงาน กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่พนักงานยุคใหม่มองหา
ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น
การที่พนักงานสามารถกำหนดเวลาเข้า-ออกงานได้เอง หรือสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องตอกบัตรเข้างานตามเวลาเป๊ะ ๆ ถือเป็นสวัสดิการที่ช่วยให้พนักงานสามารถจัดสรรเวลาในชีวิตส่วนตัวได้ดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วย เพราะพนักงานจะรู้สึกเป็นเจ้าของเวลาของตัวเองและมีความรับผิดชอบมากขึ้น
วันหยุดพักผ่อนที่เพียงพอ
ใคร ๆ ก็อยากมีเวลาพักผ่อนใช่ไหมครับ? การมี วันหยุดพักผ่อนที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดประจำปี วันหยุดพิเศษ หรือวันหยุดพักร้อน ถือเป็นการชาร์จแบตให้พนักงานได้กลับมาทำงานด้วยพลังงานที่เต็มเปี่ยม และยังช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้อีกด้วย
การทำงานจากที่บ้าน: Work-Life Balance ที่แท้จริง
ยิ่งในยุคหลังโควิด-19 การทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home กลายเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะช่วยให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้อย่างแท้จริง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องเผชิญกับรถติด แถมยังสามารถใช้เวลาอยู่กับครอบครัวได้มากขึ้นอีกด้วย
โอกาสในการพัฒนาตนเองและคุณภาพชีวิต
นอกจากเรื่องสุขภาพและความยืดหยุ่นแล้ว พนักงานยังให้ความสำคัญกับโอกาสในการพัฒนาตนเองและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยครับ
ทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา
การที่องค์กรมี ทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้กับพนักงาน ถือเป็นการลงทุนในทรัพยากรบุคคลอย่างแท้จริง เพราะเมื่อพนักงานได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะ ก็จะสามารถนำความรู้เหล่านั้นกลับมาใช้ประโยชน์กับองค์กรได้ และยังเป็นการสร้างความผูกพันกับองค์กรในระยะยาวอีกด้วย
ความแตกต่างของสวัสดิการที่ต้องการระหว่างเพศ: ผู้หญิงและผู้ชายต้องการอะไร?
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างจากผลสำรวจก็คือ สวัสดิการที่พนักงานชายและหญิงต้องการนั้นมีความแตกต่างกันครับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่หลากหลายของพนักงานในองค์กร
ผู้หญิง: สุขภาพ, ความงาม, และครอบครัวคือหัวใจ
โดยทั่วไปแล้ว พนักงานหญิงมักจะให้ความสำคัญกับสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพ ความงาม และครอบครัว มากกว่า
คอร์สฟิตเนสและโยคะ: เพื่อสุขภาพและความงามที่ยั่งยืน
การที่องค์กรมี คอร์สฟิตเนสหรือโยคะ ให้กับพนักงานหญิง ถือเป็นการสนับสนุนให้พวกเธอได้ดูแลสุขภาพและรูปร่าง ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งกายและใจ และยังช่วยให้พวกเธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีพลังในการทำงานมากขึ้น
เงินชดเชยลาคลอดและการดูแลบุตร: การสนับสนุนบทบาทคุณแม่
สำหรับคุณแม่มือใหม่ สวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับ เงินชดเชยระหว่างการลาคลอดและบริการดูแลบุตรพนักงานฟรี ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความอุ่นใจให้กับคุณแม่ที่ต้องแบ่งเวลาดูแลลูกน้อย
ผู้ชาย: เน้นการส่งเสริมองค์กรและการทำงาน
ในทางกลับกัน พนักงานชายมักจะให้ความสำคัญกับสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการ ส่งเสริมองค์กรและการทำงาน มากกว่า
กิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีม: สร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง
กิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีมงาน เช่น การจัดทริปประจำปี การจัดกิจกรรม Team Building หรือการเลี้ยงสังสรรค์ ถือเป็นสวัสดิการที่ช่วยสร้างความสนิทสนมกลมเกลียวภายในทีม และยังช่วยให้พนักงานชายรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมากขึ้น
ขนมฟรีในที่ทำงาน: เติมพลังให้กับการทำงาน
แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่การมี ขนมฟรี คอยบริการในเวลาทำงาน ก็สามารถสร้างความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับพนักงานชายได้ไม่น้อยเลยครับ เพราะบางครั้งการได้เติมพลังด้วยของว่างอร่อย ๆ ก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและมีแรงทำงานต่อไปได้
พลิกโฉมองค์กรด้วยสวัสดิการที่โดนใจ
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว นายจ้างทั้งหลายคงจะเห็นความสำคัญของการจัดสวัสดิการให้พนักงานมากขึ้นใช่ไหมครับ? การลงทุนในสวัสดิการไม่ได้เป็นแค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตขององค์กรครับ
วิเคราะห์ความต้องการของพนักงานในองค์กรคุณ
สิ่งแรกที่ควรทำคือ การสำรวจและสอบถามความต้องการของพนักงานในองค์กรของคุณเอง เพราะแต่ละองค์กรมีวัฒนธรรมและลักษณะพนักงานที่แตกต่างกัน การฟังเสียงจากคนในองค์กรจะช่วยให้คุณออกแบบสวัสดิการที่ตรงใจและตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานได้อย่างแท้จริง
สำรวจและสอบถาม: ฟังเสียงจากคนในองค์กร
ลองจัดทำแบบสำรวจ หรือจัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อสอบถามความคิดเห็นและความต้องการของพนักงานเกี่ยวกับสวัสดิการที่พวกเขาอยากได้ การสื่อสารสองทางจะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจและมีความสำคัญต่อองค์กร
วางแผนงบประมาณสวัสดิการอย่างชาญฉลาด
เมื่อทราบความต้องการของพนักงานแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปคือ การวางแผนงบประมาณสวัสดิการอย่างชาญฉลาด ครับ ไม่จำเป็นต้องทุ่มงบประมาณมากมายมหาศาลเสมอไป แต่ควรเน้นที่การจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
การลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่า
มองสวัสดิการเป็นการลงทุนระยะยาวครับ เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข มีสุขภาพที่ดี และรู้สึกได้รับการดูแลอย่างดี พวกเขาก็จะทำงานอย่างเต็มที่ มีความสุขกับการทำงาน และอยู่กับองค์กรไปนาน ๆ ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรมีผลประกอบการที่ดีขึ้นในที่สุด
สื่อสารสวัสดิการให้พนักงานรับรู้และเข้าใจ
สิ่งสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การสื่อสารสวัสดิการให้พนักงานรับรู้และเข้าใจอย่างชัดเจน ครับ บางครั้งองค์กรอาจจะมีสวัสดิการที่ดีอยู่แล้ว แต่พนักงานไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสวัสดิการเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่
ประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ
ควรมีการประชาสัมพันธ์สวัสดิการต่าง ๆ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น อีเมลบอร์ดประกาศ อินทราเน็ต หรือการจัดประชุม เพื่อให้พนักงานทุกคนรับทราบและเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ
บทสรุป: สวัสดิการคือการลงทุนเพื่ออนาคตขององค์กร
โดยสรุปแล้ว สวัสดิการพนักงานไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรในยุคปัจจุบัน การที่นายจ้างให้ความสำคัญกับสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ การทำฟัน ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น หรือแม้แต่กิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดคนเก่ง ๆ ให้เข้ามาร่วมงาน และที่สำคัญที่สุดคือช่วยรักษาพนักงานดี ๆ ให้อยู่กับองค์กรไปนาน ๆ ครับ เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข องค์กรก็จะเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั่นเอง
บทความที่น่าสนใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. สวัสดิการที่สำคัญที่สุดสำหรับพนักงานคืออะไร?
จากผลสำรวจ ประกันสุขภาพและการทำฟันคือสวัสดิการที่พนักงานต้องการมากที่สุดครับ เนื่องจากเป็นเรื่องพื้นฐานที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและค่าใช้จ่ายในระยะยาวของพนักงานโดยตรง
2. นายจ้างควรสำรวจความต้องการสวัสดิการของพนักงานบ่อยแค่ไหน?
แนะนำให้สำรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในองค์กร เช่น การขยายกิจการ การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือเมื่อพนักงานมีการเปลี่ยนแปลงความต้องการอย่างชัดเจน เพื่อให้สวัสดิการที่จัดสรรตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานอยู่เสมอครับ
3. สวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงินมีผลต่อพนักงานอย่างไร?
สวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น การทำงานจากที่บ้าน หรือวันหยุดพักผ่อนที่เพียงพอ ช่วยสร้างความสุข ลดความเครียด และช่วยให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้อย่างลงตัว ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานและความผูกพันกับองค์กรครับ
4. การจัดสวัสดิการที่ดีจะช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงานได้อย่างไร?
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรให้ความสำคัญ ดูแลเอาใจใส่ และมีสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความต้องการ พวกเขาจะรู้สึกผูกพันกับองค์กรมากขึ้น มีความสุขกับการทำงาน และมีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรไปนาน ๆ ซึ่งจะช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงานได้อย่างมีนัยสำคัญครับ
5. นายจ้างที่มีงบประมาณจำกัดควรเริ่มต้นจัดสวัสดิการอย่างไร?
ควรเริ่มต้นจากการสำรวจความต้องการพื้นฐานของพนักงานที่สำคัญที่สุด เช่น ประกันสุขภาพ หรือการจัดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีมที่ใช้งบประมาณไม่มากนัก และค่อย ๆ เพิ่มสวัสดิการอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของงบประมาณและผลประกอบการขององค์กรในอนาคตครับ


