เช็กด่วน! 20 รหัสผ่านคนไทยปี 2025 ที่เสี่ยงโดนแฮกที่สุด
คุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า “อะไรที่คนเขาทำกันเยอะๆ แปลว่ามันต้องดี” ไหมครับ? ประโยคนี้อาจจะใช้ได้กับการเลือกหาร้านอาหารอร่อยๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต แต่ผมขอบอกตรงนี้เลยว่า “อย่าหาทำ” เด็ดขาด ถ้าเป็นเรื่องของการตั้ง Password หรือ รหัสผ่าน!
ทำไมน่ะเหรอ? เพราะในโลกของความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) รหัสผ่านที่ “ยอดนิยม” ที่สุด คือรหัสผ่านที่ “เปราะบาง” ที่สุด ยิ่งคนใช้เหมือนกันเยอะเท่าไหร่ แฮกเกอร์ก็ยิ่งยิ้มหวาน เพราะพวกเขามีพจนานุกรมรหัสผ่าน (Dictionary Attack) ที่รวมคำฮิตๆ ไว้หมดแล้ว และในปี 2025 นี้ ข้อมูลล่าสุดจาก NordPass ก็ได้ตอกย้ำความจริงอันน่าตกใจว่า คนไทยเรายังคงรักเดียวใจเดียวกับรหัสผ่านที่เดาง่ายสุดๆ อยู่เหมือนเดิม
วันนี้ผมจะพามาดูกันชัดๆ ว่ารหัสผ่านที่คุณใช้อยู่ ติดโผ “รหัสอันตราย” หรือเปล่า ถ้ามี… ผมแนะนำให้รีบเปลี่ยนทันทีหลังอ่านจบครับ!
ทำไม “ความนิยม” ถึงใช้ไม่ได้กับโลกของ Cybersecurity?
ลองจินตนาการว่าคุณซ่อนกุญแจบ้านไว้ใต้พรมเช็ดเท้า เพราะคิดว่า “ใครๆ เขาก็ทำกัน มันสะดวกดี” โจรที่ไหนจะมานั่งงัดแงะประตูให้เสียเวลาครับ? สิ่งแรกที่โจรจะทำคือ “เปิดพรมดู” นั่นแหละ
หลักการเดียวกันครับ รหัสผ่านยอดฮิตคือ “กุญแจผี” ที่แฮกเกอร์ลองสุ่มเป็นอันดับแรก ข้อมูลจาก NordPass ชี้ให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีจะล้ำหน้าไปแค่ไหน แต่พฤติกรรม (Human Error) ของเรากลับเปลี่ยนช้ามาก เรายังคงเลือกความสะดวกสบายมากกว่าความปลอดภัย และนั่นคือช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด
เปิดโผ 20 อันดับ Password ยอดฮิตของคนไทย (ข้อมูลจาก NordPass 2025)
มาดูกันครับว่า 20 อันดับที่คนไทย “เทใจ” ใช้กันมากที่สุดในปี 2025 มีอะไรบ้าง แล้วลองเช็กดูซิว่า มีของคุณอยู่บ้างไหม?
- 123456 (แชมป์เก่าตลอดกาล ใช้ไปเกือบ 7 แสนครั้ง!)
- Aa123456
- admin
- 12345678
- 123456789
- Aa112233
- password
- aa123456
- aabb1122
- 12345
- P@ssword
- aa112233
- 1234567890
- 123456789za
- 112233
- 12345678910
- Kram1234
- 111111
- 987654321
- 123456za
แชมป์เก่าตลอดกาล: ตระกูลตัวเลขเรียงกัน
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่า “123456” ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 แบบทิ้งห่างคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น ทั้งๆ ที่มีการรณรงค์กันทุกปี การใช้ตัวเลขเรียงกันแบบนี้ (รวมถึง 12345678, 111111) สำหรับ AI หรือโปรแกรมแฮก มันใช้เวลาเจาะไม่ถึง “เสี้ยววินาที” ด้วยซ้ำครับ
เอกลักษณ์เฉพาะไทย: ปรากฏการณ์ “za” ครองเมือง
อันนี้ต้องยอมรับว่าเป็น Signature ของคนไทยจริงๆ ครับ กับการเติมคำว่า “za” (ซ่า) ต่อท้าย เช่น “123456789za” หรือ “123456za” ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากยุคเกมออนไลน์เฟื่องฟู แต่ขอบอกเลยว่า แฮกเกอร์ระดับโลกเขารู้ทัน pattern นี้กันหมดแล้วครับ มันไม่ได้ช่วยให้ยากขึ้นเลย!
ความพยายามที่สูญเปล่า: สูตร “Aa” และ “P@ssword”
หลายคนพยายามจะหัวหมอ ใส่ตัวพิมพ์ใหญ่ผสมพิมพ์เล็ก เช่น “Aa123456” หรือเปลี่ยนตัว a เป็น @ ในคำว่า “P@ssword” ผมบอกเลยว่า AI สมัยนี้มันฉลาดมาก มันรู้ว่ามนุษย์ชอบแปลงอักษรแบบไหน (Leetspeak) ดังนั้นเทคนิคนี้… สอบตกครับ
วิเคราะห์เจาะลึก: ทำไมเราถึงชอบตั้งรหัสผ่านแบบนี้?
ทำไมเราถึงยอมเสี่ยง? ทั้งที่ข่าวโดนแฮกเฟซบุ๊ก หรือเงินหายจากบัญชีมีให้เห็นทุกวัน?
กับดักความขี้เกียจ (Convenience Trap)
สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานครับ เราไม่อยากจำอะไรยาวๆ ยากๆ เราเลยเลือกสิ่งที่คุ้นเคย (Familiarity) และพิมพ์ง่าย (Muscle Memory) บนคีย์บอร์ด อย่างแป้น 1-2-3-4-5-6 มันเรียงกันจิ้มง่ายสุดๆ
ความเข้าใจผิดเรื่องความปลอดภัย (Illusion of Security)
บางคนคิดว่า “ฉันไม่ใช่คนดัง ใครจะมาแฮก” หรือ “ตั้งให้ยาวหน่อยเติม Aa เข้าไปก็น่าจะพอ” ความประมาทเหล่านี้แหละครับ คือประตูที่เปิดอ้าซ่าให้โจรเข้าบ้านโดยไม่รู้ตัว
อันตรายแค่ไหน? แฮกเกอร์ใช้เวลาแกะรหัสพวกนี้นานเท่าไหร่?
ถ้าผมบอกคุณว่า รหัสผ่าน 20 อันดับข้างบนนี้ ใช้เวลาเจาะน้อยกว่า 1 วินาที คุณจะเชื่อไหม?
รู้จักกับ Brute Force Attack: การเดาสุ่มที่น่ากลัว
แฮกเกอร์ไม่ได้มานั่งเดาทีละตัวครับ เขาใช้โปรแกรมยิงสุ่มรหัสผ่าน (Brute Force) โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลรหัสยอดฮิต (Rainbow Table) คอมพิวเตอร์สมัยนี้ประมวลผลได้เป็นล้านๆ ครั้งต่อวินาที รหัสอย่าง “admin” หรือ “123456” คือด่านแรกที่โดนยิง และมันแตกทันทีที่กด Enter!
ผลกระทบที่คุณอาจคาดไม่ถึงเมื่อโดนขโมยบัญชี
- โดนสวมรอย (Identity Theft): เอาบัญชีโซเชียลคุณไปหลอกยืมเงินเพื่อน
- ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล: ภาพถ่าย, แชทส่วนตัว, ข้อมูลบัตรประชาชน
- ความเสียหายทางการเงิน: ถ้าคุณใช้รหัสเดียวกันกับแอปธนาคารหรือ E-wallet (ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำ) เงินในบัญชีอาจเหลือ 0 บาทได้ในพริบตา
- โดนเรียกค่าไถ่ (Ransomware): ล็อกข้อมูลสำคัญแล้วเรียกเงินเพื่อปลดล็อก
บทความที่น่าสนใจ
How-to: ตั้งรหัสผ่านใหม่อย่างไรให้สตรองระดับสิบ
โอเคครับ รู้แล้วว่ามันอันตราย ทีนี้จะตั้งยังไงให้รอด? เลิกใช้สูตรเดิมๆ แล้วลองวิธีนี้ครับ
เทคนิค Passphrase: ยาวไว้ก่อน พ่อสอนไว้
ความยาวสำคัญกว่าความซับซ้อนครับ! แทนที่จะตั้งสั้นๆ แต่ยาก (เช่น P@55w!) ให้เปลี่ยนมาใช้ “ประโยคยาวๆ” ที่คุณจำได้คนเดียว แต่คอมพิวเตอร์เดายาก เช่น:
- Bad: ilovecat123
- Good: I-Love-Eating-Somtum-With-My-Cat-At-Midnight
การใช้ประโยคยาวเกิน 12-15 ตัวอักษร จะทำให้เวลาในการเจาะรหัสเพิ่มจาก 1 วินาที เป็น “หลายร้อยปี” เลยทีเดียว!
สูตรลับการผสมอักขระ (Complexity)
ถ้าอยากให้แกร่งขึ้นไปอีก ให้ผสมผสาน 4 จตุรเทพนี้เข้าด้วยกัน:
- ตัวพิมพ์ใหญ่ (A-Z)
- ตัวพิมพ์เล็ก (a-z)
- ตัวเลข (0-9)
- อักขระพิเศษ (!@#$%^&*)
ตัวอย่าง: จาก SomtumCat เปลี่ยนเป็น S0mTum_L0ver#2025!
เกราะป้องกันชั้นที่ 2: ทำไมแค่รหัสผ่านถึงไม่เพียงพออีกต่อไป
ถึงรหัสจะยากแค่ไหน แต่ถ้าวันหนึ่ง Database ของเว็บที่คุณใช้หลุด (Data Breach) รหัสคุณก็หลุดอยู่ดี ดังนั้นเราต้องมีเกราะชั้นที่ 2 ครับ
พลังของ 2FA (Two-Factor Authentication)
นี่คือสิ่งที่ “ต้องทำ” ทันทีครับ การเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) ไม่ว่าจะผ่าน SMS (อันนี้น้อยสุดแต่ก็ดีกว่าไม่มี) หรือผ่านแอปฯ Authenticator (เช่น Google Authenticator, Microsoft Authenticator) ต่อให้แฮกเกอร์รู้รหัสผ่านคุณ แต่ถ้าเขาไม่มีรหัส OTP จากมือถือคุณ เขาก็เข้าไม่ได้ครับ!
เลิกจำเองเถอะ! ใช้ Password Manager ดีกว่า
ผมเข้าใจว่าจำรหัสยากๆ หลายบัญชีมันปวดหัว แนะนำให้ใช้เครื่องมือช่วยจำรหัสผ่าน (Password Manager) ครับ โปรแกรมพวกนี้จะช่วยสร้างรหัสผ่านที่ “มั่วและยาว” แบบสุดๆ ให้คุณ และจำแทนคุณ คุณจำแค่รหัสเข้าโปรแกรมตัวเดียว (Master Password) ก็พอ ชีวิตง่ายและปลอดภัยขึ้นเยอะ
บทสรุป: เปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป
การใช้รหัสผ่านยอดฮิตอย่าง “123456” หรือ “123456789za” ในปี 2025 เปรียบเสมือนการที่คุณเดินถือกระเป๋าตังค์เปิดอ้าไว้กลางตลาดครับ มันไม่ใช่เรื่องของ “ดวง” ว่าจะโดนไหม แต่มันอยู่ที่ “เมื่อไหร่” จะโดนต่างหาก
ถ้าคุณเห็นรหัสผ่านตัวเองในรายการ 20 อันดับแรก หรือมีพฤติกรรมการตั้งรหัสที่ผมเตือนไป ผมขอร้องในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง… เปลี่ยนเดี๋ยวนี้ครับ เสียเวลาแค่ 5 นาที ดีกว่าต้องมานั่งเสียใจและเสียทรัพย์ในภายหลังนะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ควรเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยแค่ไหน?
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ทุก 3 เดือนเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ (NIST แนะนำใหม่แล้ว) แต่ควรเปลี่ยน “ทันที” หากมีความเสี่ยงว่าข้อมูลรั่วไหล หรือเปลี่ยนไปใช้รหัสที่ยาวและแข็งแกร่งมากๆ ครั้งเดียวแล้วใช้ยาวๆ ควบคู่กับ 2FA จะดีกว่าครับ
2. การบันทึกรหัสผ่านไว้ใน Google Chrome หรือ Browser ปลอดภัยไหม?
สะดวกแต่มีความเสี่ยงครับ ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณโดนฝังมัลแวร์ แฮกเกอร์สามารถดึงข้อมูลรหัสผ่านที่บันทึกไว้ใน Browser ไปได้ทั้งหมด แนะนำให้ใช้โปรแกรม Password Manager แยกต่างหากที่มีการเข้ารหัสแน่นหนากว่า จะปลอดภัยกว่าครับ
3. ใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกเว็บ (Universal Password) ได้ไหม? ห้ามเด็ดขาดครับ!
นี่คือความผิดพลาดอันดับ 1 เพราะถ้าเว็บใดเว็บหนึ่งโดนแฮก แฮกเกอร์จะเอารหัสชุดนั้นไปไล่ลอง (Credential Stuffing) กับทุกเว็บที่คุณมี เช่น อีเมล, ธนาคาร, Facebook แล้วคุณจะพังทั้งระบบครับ
4. จะรู้ได้ยังไงว่าอีเมลหรือรหัสผ่านเราเคยหลุดไปหรือยัง?
สามารถเช็กได้ที่เว็บไซต์ Have I Been Pwned ครับ แค่ใส่อีเมลลงไป ระบบจะบอกเลยว่าอีเมลนี้เคยไปโผล่ในฐานข้อมูลที่รั่วไหลที่ไหนบ้าง ถ้าเจอว่าหลุด ให้รีบเปลี่ยนรหัสทันที
5. รหัสผ่านที่ใช้ลายนิ้วมือหรือสแกนหน้า (Biometric) แทนการพิมพ์ ปลอดภัยกว่าไหม?
ปลอดภัยกว่าและสะดวกกว่ามากครับ (เรียกว่า Passkey) เพราะลายนิ้วมือหรือหน้าของคุณปลอมแปลงยากกว่าตัวเลข และไม่เสี่ยงต่อการถูกแอบมองหรือดักจับข้อมูลการพิมพ์ (Keylogger) ปัจจุบันหลายระบบเริ่มรองรับแล้ว แนะนำให้ใช้ครับ
ลิงก์อ้างอิงข้อมูลและเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:
- NordPass Top 200 Common Passwords: https://nordpass.com/most-common-passwords-list/
- National Institute of Standards and Technology (NIST) Password Guidelines: https://www.nist.gov/identity-access-management
- Have I Been Pwned (เช็กข้อมูลรั่วไหล): https://haveibeenpwned.com/
- Password ที่คนไทยใช้มากที่สุดในปี 2025 ใครใช้อยู่ควรรีบเปลี่ยน
สรุปโพสต์ (Post Summary):
- แชมป์เก่ายังอยู่ครบ: “123456” และรหัสตระกูลตัวเลข ยังคงเป็นรหัสที่คนไทยใช้มากที่สุดในปี 2025 ซึ่งใช้เวลาแฮกไม่ถึง 1 วินาที
- เอกลักษณ์ไทยไม่ช่วยอะไร: การเติม “za” หรือใช้ “Aa” นำหน้า ไม่ได้ช่วยให้รหัสปลอดภัยขึ้น เพราะเป็น Pattern ที่ AI และแฮกเกอร์เรียนรู้หมดแล้ว
- ทางรอดเดียวคือเปลี่ยน: ควรใช้ Passphrase (ประโยคยาวๆ), ไม่ใช้รหัสซ้ำกัน และต้องเปิด 2FA (ยืนยันตัวตนสองชั้น) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด


