เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 ลงทะเบียน 1 ก.ค.นี้
ประเทศไทยของเรากำลังจะมีข่าวดีสำหรับสายเที่ยวอีกครั้ง! เตรียมตัวให้พร้อมกับการกลับมาของโครงการดีๆ ที่หลายคนรอคอยอย่าง “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” รัฐบาลจัดหนักจัดเต็มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศของเราให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โครงการนี้ไม่ได้แค่ช่วยให้เราเที่ยวได้ถูกลง แต่ยังเป็นการเติมลมหายใจให้กับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยทั่วประเทศ ให้กลับมามีรอยยิ้มและสร้างงานสร้างรายได้กันอีกครั้ง เห็นไหมว่าโครงการเดียวได้ประโยชน์กันถ้วนหน้าเลย!
ทำไมต้อง “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” อีกครั้ง?
คุณสงสัยไหมว่าทำไมโครงการนี้ถึงได้กลับมาอีกครั้ง? คำตอบง่ายๆ เลยก็คือ มัน “เวิร์ค” ไงล่ะ!
สานต่อความสำเร็จจากครั้งก่อน
เราคงจำกันได้ว่าโครงการเที่ยวคนละครึ่งในครั้งก่อนๆ นั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ช่วยให้คนไทยออกไปเที่ยวในประเทศกันอย่างสนุกสนาน เงินสะพัดทั่วไทย และผู้ประกอบการก็ได้รับอานิสงส์กันถ้วนหน้า ด้วยเหตุนี้ การกลับมาอีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยครับ เพราะมันคือสูตรสำเร็จที่พิสูจน์แล้ว!
กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
เป้าหมายหลักของโครงการนี้ไม่ได้แค่การให้ส่วนลดเที่ยว แต่เป็นการ กระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชนผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ เมื่อคนออกไปเที่ยว โรงแรมก็มีแขก ร้านอาหารก็มีลูกค้า สถานที่ท่องเที่ยวก็คึกคัก สินค้า OTOP ก็ขายดี นี่คือวงจรเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ที่ช่วยให้เงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่างๆ อย่างยั่งยืน
ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ
ยุคนี้ใครๆ ก็อยากเที่ยวเมืองไทยกันทั้งนั้นใช่ไหมครับ? ไม่ว่าจะทะเลสวยๆ ภูเขาเขียวขจี วัฒนธรรมที่งดงาม หรืออาหารอร่อยๆ เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ความฝันอยากเที่ยวเมืองไทยของเราเป็นจริงได้ง่ายขึ้น ช่วยให้เราได้สัมผัสความงามของบ้านเราเองโดยไม่ต้องไปไหนไกล และที่สำคัญคือประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะเลย!
ใครมีสิทธิ์ร่วมโครงการบ้างนะ?
ก่อนที่เราจะไปดูรายละเอียดการลงทะเบียน มาเช็กคุณสมบัติกันก่อนดีกว่า ว่าเราเข้าข่ายได้รับสิทธิ์ดีๆ นี้หรือไม่ บอกเลยว่าคุณสมบัติง่ายมากครับ!
คุณสมบัติง่ายๆ ที่ใครก็เป็นเจ้าของได้
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากร่วมโครงการนี้ ขอแค่มีคุณสมบัติง่ายๆ 3 ข้อนี้ คุณก็พร้อมแล้วครับ!
- สัญชาติไทย: แน่นอนว่าโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อคนไทยโดยเฉพาะครับ
- อายุ 18 ปีขึ้นไป: ใครที่บรรลุนิติภาวะแล้วก็เตรียมตัวได้เลย
- มีบัตรประชาชน: สิ่งนี้สำคัญมากในการยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ์
ง่ายๆ แค่นี้เองครับ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยใช่ไหม? เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม แล้วมาลุยกัน!
ไทม์ไลน์สำคัญ: เตรียมตัวให้พร้อม!
เรื่องสำคัญที่ไม่ควรพลาดเลยคือ วันและเวลาการลงทะเบียน ครับ เพราะสิทธิ์มีจำกัดแค่ 5 แสนสิทธิ์เท่านั้น ใครช้าอาจจะอดนะ!
ปักหมุดวันลงทะเบียนของประชาชน
ข่าวดีล่าสุดจากนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันมาแล้วว่า ประชาชนทั่วไปเตรียมตัวลงทะเบียนจองที่พักตามโครงการได้เลยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568
- วันที่ 1 กรกฎาคม 2568: ห้ามพลาด!
- จำไว้ให้ขึ้นใจเลยครับว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 คือวันดีเดย์ที่เราจะได้เริ่มลงทะเบียนและจองสิทธิ์กัน!
- เว็บไซต์ไหน? เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com เท่านั้น!
- การลงทะเบียนจะทำผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเท่านั้น คือ เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com อย่าหลงไปลงทะเบียนที่อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์นี้นะครับ เดี๋ยวจะโดนหลอก!
ผู้ประกอบการเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับผู้ประกอบการที่อยากเข้าร่วมโครงการก็มีไทม์ไลน์เฉพาะเหมือนกันนะครับ เพื่อให้ระบบพร้อมให้บริการประชาชนได้อย่างราบรื่น
- วันที่ 25 มิถุนายน 2568: เปิดลงทะเบียนก่อนใคร
- ผู้ประกอบการสามารถเริ่มลงทะเบียนและกรอก Consent Form (หนังสือยินยอม) เพื่อให้ธนาคารกรุงไทยตรวจสอบข้อมูลได้ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com เช่นกัน
- การยินยอมตรวจสอบข้อมูล: ป้องกันการสวมสิทธิ์
- การยินยอมให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลนี้สำคัญมากครับ เพื่อป้องกันปัญหาการสวมสิทธิ์และการหลอกลวง ซึ่งธนาคารจะใช้เวลาประมาณ 3 วันในการส่งข้อมูลกลับให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือภายในวันที่ 29 มิถุนายน 2568 ครับ หลังจากนั้น ททท. จะนำรายชื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ และระบบของธนาคารกรุงไทยก็จะพร้อมสำหรับประชาชนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ด้วยเช่นกัน!
ช่วงเวลาใช้สิทธิ์สุดคุ้ม
เมื่อลงทะเบียนและจองสิทธิ์สำเร็จแล้ว เราจะสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ (เดินทาง) ได้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม 2568 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานพอสมควร ให้เราได้วางแผนทริปท่องเที่ยวกันอย่างเต็มที่เลย!
รายละเอียดสิทธิประโยชน์สุดว้าว!
มาถึงส่วนที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือ สิทธิประโยชน์ ที่จะได้รับจากโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ครับ บอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆ!
ส่วนลดค่าที่พัก: จัดหนักจัดเต็ม!
นี่คือไฮไลท์สำคัญของโครงการเลยครับ รัฐบาลสนับสนุนค่าที่พักให้เราสูงสุดถึง 50% หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืนเลยทีเดียว!
- สูงสุด 50% หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน
- วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์): รัฐช่วยครึ่งหนึ่ง
- ถ้าเราจองที่พักในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) รัฐจะสนับสนุนค่าที่พักให้เราถึง 50% ของราคาที่พัก แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืนเลยนะครับ!
- วันหยุด/นักขัตฤกษ์: รัฐช่วย 40%
- สำหรับใครที่ชอบเที่ยววันหยุดสบายๆ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ รัฐบาลก็ยังสนับสนุนให้ 40% ของค่าที่พัก แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืนเช่นกันครับ!
- วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์): รัฐช่วยครึ่งหนึ่ง
ข้อควรรู้เรื่องการจองห้องพัก
แม้จะดีแค่ไหน ก็มีข้อจำกัดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราควรรู้ไว้ก่อนนะครับ เพื่อการวางแผนที่พักที่ดีที่สุด
- จำกัดสิทธิ์คนละ 5 ห้อง/5 คืน
- แต่ละคนจะได้รับสิทธิ์จองที่พักได้ไม่เกิน 5 ห้อง หรือ 5 คืนนะครับ เพื่อให้สิทธิ์กระจายไปถึงคนอื่นๆ อย่างทั่วถึง
- เมืองหลัก 3 สิทธิ์, เมืองน่าเที่ยว 2 สิทธิ์
- มีการแบ่งสิทธิ์ชัดเจนระหว่างการเที่ยวเมืองหลัก (จังหวัดใหญ่ๆ ที่นิยม) กับเมืองน่าเที่ยว (จังหวัดรองๆ ที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กระจายตัวครับ
- จองแล้วห้ามยกเลิก: แต่เลื่อนได้!
- เมื่อเราทำการจองที่พักไปแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้นะครับ แต่ไม่ต้องกังวลไป! ถ้ามีเหตุจำเป็นจริงๆ เรา สามารถเลื่อนวันเข้าพักได้ ครับ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด ซึ่งควรตรวจสอบรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจจองนะครับ
คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว: เพิ่มความฟินให้ทริป
นอกจากส่วนลดค่าที่พักแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์สุดปังที่จะทำให้ทริปของเราฟินยิ่งขึ้น นั่นก็คือ คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว ครับ!
- มูลค่า 500 บาทต่อห้องต่อคืน: เช็คอินปุ๊บได้ปั๊บ!
- เมื่อเราเช็คอินเข้าที่พักสำเร็จ รัฐบาลจะสนับสนุนคูปองอาหาร/ท่องเที่ยวให้เรา มูลค่า 500 บาทต่อห้องต่อคืน เลยทีเดียว!
- ใช้ได้ที่ร้านค้า/สถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ
- คูปองนี้สามารถนำไปใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ โดยเราชำระ 50% และรัฐบาลสนับสนุนอีก 50% ผ่านการตัดเงินจากคูปองครับ
- คูปองหมดอายุ 23:00 น. ของวันเช็คเอาต์
- สิ่งสำคัญคือ คูปองนี้จะได้รับวันละ 1 ครั้ง และจะ หมดอายุเวลา 23:00 น. ของวันเช็คเอาต์ นะครับ เพราะฉะนั้นได้มาแล้วต้องรีบใช้เลยนะ!
ขั้นตอนการลงทะเบียนและใช้สิทธิ์ง่ายๆ สไตล์คนรุ่นใหม่
ฟังดูซับซ้อนไหม? ไม่เลยครับ! การลงทะเบียนและใช้สิทธิ์โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” นั้นง่ายมากๆ เพียงทำตามขั้นตอนเหล่านี้
ลงทะเบียนผ่านแอปฯ Thai ID
- ยืนยันตัวตนให้ชัวร์
- สิ่งแรกที่เราต้องทำคือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน Thai ID ครับ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสวมสิทธิ์ เป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้อง
ลงทะเบียนและจองผ่านเว็บไซต์
- เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com คือคำตอบ
- เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าสู่เว็บไซต์ เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com เพื่อทำการลงทะเบียนและจองที่พักที่เราต้องการได้เลยครับ
ไม่พลาดทุกการจ่าย
- ชำระเงินก่อน 23.00 น. ของวันจอง
- หลังจากจองที่พักแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ต้องชำระเงินก่อนเวลา 23.00 น. ของวันที่ทำการจองนะครับ
- สิทธิจะหลุดถ้าไม่ชำระ
- หากเราไม่ชำระเงินตามเวลาที่กำหนด สิทธิ์ในการจองนั้นจะถูกคืนกลับสู่ระบบโดยอัตโนมัติ และเราอาจจะต้องไปแย่งสิทธิ์กับคนอื่นใหม่นะครับ!
วางแผนล่วงหน้าเพื่อทริปที่สมบูรณ์
- ชำระค่าห้องพักล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน
- เพื่อความชัวร์และให้การเดินทางของเราเป็นไปอย่างราบรื่น อย่าลืมชำระค่าห้องพักล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันเดินทางจริง นะครับ เพื่อให้ระบบได้ยืนยันการจองของเราและเราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเข้าพักในวันจริง
คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เพื่อทริปสุดปัง!
เพื่อให้ทริปของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับสิทธิ์อย่างเต็มที่ ผมมีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ มาฝากครับ
- ตรวจสอบข้อมูลให้แม่นยำก่อนลงทะเบียน: ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และข้อมูลอื่นๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนกดส่งข้อมูลนะครับ เพราะถ้าผิดพลาดอาจทำให้เสียสิทธิ์ได้
- วางแผนการเดินทางและที่พักล่วงหน้า: สิทธิ์มีจำกัด และที่พักดีๆ อาจเต็มเร็ว ลองวางแผนไว้ก่อนว่าจะไปเที่ยวที่ไหน พักที่ไหน จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ ครับ
- ศึกษาเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ให้ละเอียด: แม้ผมจะสรุปมาให้แล้ว แต่การเข้าไปอ่านเงื่อนไขฉบับเต็มในเว็บไซต์ของโครงการจะช่วยให้เราเข้าใจรายละเอียดปลีกย่อยได้ครบถ้วน และป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ
บทสรุป: โอกาสทองของนักเที่ยวไทย
โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ไม่ใช่แค่โครงการที่ช่วยให้เราเที่ยวได้ถูกลง แต่เป็นการฉีดวัคซีนทางเศรษฐกิจที่สำคัญให้กับประเทศไทยของเราครับ มันคือโอกาสทองที่เราจะได้ออกไปสัมผัสความงดงามของบ้านเรา ได้สนับสนุนพี่น้องผู้ประกอบการ ได้เติมพลังใจให้ตัวเองหลังจากการทำงานหนัก และยังช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง อย่ารอช้านะครับ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปลุกพลังเที่ยวไทยไปด้วยกัน! แล้วพบกันที่ เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com ครับ!
บทความที่น่าสนใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 มีจำนวนสิทธิ์จำกัดกี่สิทธิ์? โครงการนี้จำกัดสิทธิ์ไว้ที่ 5 แสนสิทธิ์เท่านั้นครับ ใครสนใจต้องรีบลงทะเบียนนะครับ
- สามารถใช้สิทธิ์ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ในจังหวัดเดียวกับทะเบียนบ้านได้ไหม? ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในจังหวัดเดียวกับทะเบียนบ้านของผู้ใช้สิทธิ์ได้ครับ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางข้ามจังหวัด
- ถ้าจองที่พักแล้วแต่ติดธุระ ไม่สามารถเข้าพักได้ จะทำอย่างไร? คุณไม่สามารถยกเลิกการจองได้ครับ แต่สามารถเลื่อนวันเข้าพักได้ตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด ซึ่งควรตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขการเลื่อนวันเข้าพักบนเว็บไซต์ของโครงการอีกครั้งครับ
- คูปองอาหาร/ท่องเที่ยวที่ได้รับ สามารถนำไปใช้กับอะไรได้บ้าง? คูปองอาหาร/ท่องเที่ยวสามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ครับ โดยคุณชำระเพียง 50% และรัฐบาลจะสนับสนุนอีก 50% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง
- ผู้ประกอบการจะทราบได้อย่างไรว่าได้รับเงินจากคูปองอาหาร/ท่องเที่ยวที่ลูกค้าใช้สิทธิ์? ผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการจะได้รับการโอนเงินส่วนที่รัฐบาลสนับสนุนผ่านระบบของธนาคารกรุงไทยโดยตรงครับ ซึ่งจะเป็นไปตามรอบการเบิกจ่ายที่กำหนดไว้
ขอบคุณที่มา
เที่ยวไทยคนละครึ่ง ย้ำเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน 1 ก.ค. 2568 จำกัด 5 แสนสิทธิ


