News

วิธีลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย 2568 ง่าย ๆ

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในแต่ละวันเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่หลายคนต้องเผชิญ ยิ่งอยู่ในเมืองที่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นเรื่องปกติ ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก แต่ข่าวดีก็คือ รัฐบาลได้ประกาศนโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะกันมากขึ้น บอกเลยว่าเป็นโครงการที่พลิกโฉมการเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปเลย!

นโยบายนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของค่าโดยสารที่ถูกลงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชื่อมต่อชีวิตคนเมืองเข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ จากที่เคยต้องจ่ายค่าแรกเข้าใหม่เมื่อเปลี่ยนสาย ตอนนี้เราสามารถเดินทางข้ามสายได้อย่างอิสระในราคาเดียว แค่ 20 บาท! ไม่ว่าคุณจะเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือไปเที่ยว บอกเลยว่าการใช้ชีวิตจะง่ายและสะดวกสบายขึ้นเยอะ

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ตั้งแต่การทำความรู้จักโครงการ, เช็กเส้นทางที่เข้าร่วม, วันและเวลาสำคัญที่ต้องรู้, ไปจนถึงวิธีการลงทะเบียนที่ง่ายแสนง่ายในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” หรือที่สถานีรถไฟฟ้าโดยตรง เรามีคำตอบให้คุณครบถ้วน พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย!


ทำความรู้จัก “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ให้ลึกกว่าที่เคย

นโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ไม่ใช่แค่โปรโมชั่นชั่วคราว แต่เป็นนโยบายระยะยาวที่รัฐบาลตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการลดค่าครองชีพ, กระตุ้นให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการจราจรติดขัดและมลพิษ, และที่สำคัญคือการสร้างระบบตั๋วร่วมที่ทำให้การเดินทางข้ามสายเป็นเรื่องง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก

ลองคิดดูสิ! จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าโดยสารแยกแต่ละสาย พอถึงจุดเชื่อมต่อก็ต้องจ่ายค่าแรกเข้าใหม่ ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายจนหลายคนต้องถอดใจ แต่จากนี้ไป ไม่ว่าคุณจะเดินทางจากปลายทางของสายสีชมพู ไปต่อสายสีเหลือง แล้วข้ามไปสายสีน้ำเงิน ค่าใช้จ่ายสูงสุดที่คุณต้องจ่ายก็คือ 20 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและส่งผลดีต่อคนจำนวนมากจริงๆ

โครงการนี้จะครอบคลุม 8 สาย 13 เส้นทาง ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สำคัญเกือบทั้งหมด ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


8 เส้นทางรถไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ มีสายไหนบ้าง?

มาดูกันชัดๆ ว่ามีเส้นทางไหนที่เข้าร่วมโครงการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย บ้าง เพื่อให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ

  • รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สุขุมวิท-คูคต, สีลม-บางหว้า): เส้นทางสายหลักที่เชื่อมต่อใจกลางกรุงเทพฯ เข้ากับโซนเหนือและตะวันตก
  • รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี): เส้นทางใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนย่านแคราย, แจ้งวัฒนะ, รามอินทรา และมีนบุรี
  • รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางซื่อ-บางแค/ท่าพระ): เส้นทางวงกลมสำคัญที่เชื่อมต่อสถานีหลักๆ และแหล่งท่องเที่ยวในเมือง
  • รถไฟฟ้าสายสีทอง (คลองสาน-กรุงธนบุรี): เส้นทางระยะสั้นที่เชื่อมต่อการเดินทางเข้ากับไอคอนสยามและย่านฝั่งธนฯ
  • รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง): เส้นทางที่ช่วยแก้ปัญหาการจราจรบนถนนลาดพร้าวและศรีนครินทร์
  • รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่): เส้นทางที่เชื่อมต่อย่านชานเมืองนนทบุรีเข้าสู่ใจกลางเมือง
  • รถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต, บางซื่อ-ตลิ่งชัน): เส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองที่ช่วยให้การเดินทางจากปทุมธานีและนนทบุรีเข้าสู่กรุงเทพฯ ง่ายขึ้น
  • แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL): เส้นทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับนักเดินทาง

เริ่มเมื่อไหร่? เช็กไทม์ไลน์สำคัญก่อนลงทะเบียน

นี่คือสองวันที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจ เพราะเป็นไทม์ไลน์สำคัญของโครงการนี้ ถ้าพลาดแล้วจะเสียดายแย่เลย

  • วันเปิดลงทะเบียน: 25 สิงหาคม 2568
    • วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นวันแรกที่ระบบจะเปิดให้คุณ ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อรับสิทธิ์นี้ได้ ใครพร้อมแล้วก็เตรียมตัวเลย!
  • วันเริ่มใช้สิทธิ์: 1 ตุลาคม 2568
    • หลังจากลงทะเบียนและได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้จริงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

ลงทะเบียนได้ 3 ช่องทางหลัก อยากรู้ว่าต้องทำยังไง? มาดูกันเลย!

ถึงเวลาที่เราจะมาดูกันว่า วิธีลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นั้นมีขั้นตอนยังไงบ้าง บอกเลยว่าไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด!


ช่องทางที่ 1: สะดวกที่สุด! ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ทางรัฐ”

นี่คือวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาไปที่สถานี เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน คุณก็สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

  • ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันให้พร้อม
    • ก่อนอื่นเลย ให้คุณไปที่ App Store หรือ Google Play Store แล้วค้นหาแอปฯ “ทางรัฐ” จากนั้นก็ดาวน์โหลดมาติดตั้งให้เรียบร้อย
  • ขั้นตอนที่ 2: ลงทะเบียนและยืนยันตัวตน
    • เปิดแอปฯ ขึ้นมาแล้วทำการลงทะเบียนตามขั้นตอน กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และยืนยันตัวตนผ่าน OTP ที่ส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์ของคุณ
  • ขั้นตอนที่ 3: ผูกบัตรโดยสารที่ใช้เป็นประจำ
    • เข้าสู่เมนู “ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท” ในแอปฯ
    • เลือกประเภทบัตรที่คุณต้องการใช้สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นบัตร Rabbit Card, บัตร EMV Contactless (Visa/Mastercard), บัตร MRT Plus หรือบัตร ARL
    • กรอกหมายเลขบัตรโดยสารของคุณให้ถูกต้อง
  • ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันการลงทะเบียน
    • ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้แน่ใจว่าถูกต้อง แล้วกดยืนยันเพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ
  • ขั้นตอนที่ 5: รอการอนุมัติสิทธิ์
    • หลังจากกดยืนยันแล้ว ระบบจะใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลสักครู่ และแจ้งผลการอนุมัติให้คุณทราบภายในแอปฯ

ช่องทางที่ 2: ลงทะเบียนผ่านบัตรโดยสารที่คุณมี (เฉพาะบางประเภท)

สำหรับใครที่ใช้บัตรโดยสารอยู่แล้ว และอยากผูกสิทธิ์เข้ากับบัตรเดิมโดยตรง ก็สามารถทำได้เช่นกัน

  • ลงทะเบียนบัตรแรบบิท (Rabbit Card)
    • บัตร Rabbit ที่จะใช้ได้ต้องเป็นแบบที่ลงทะเบียนไว้แล้ว ถ้ายังไม่มี ต้องไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ BTS หรือผ่านแอปฯ My Rabbit ก่อน
    • จากนั้นเปิดแอปฯ “ทางรัฐ” แล้วเข้าไปที่เมนู “ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท” แล้วกรอกหมายเลขบัตรและเบอร์โทรศัพท์
  • ลงทะเบียนบัตร EMV Contactless (Visa/Mastercard)
    • บัตรเดบิต/เครดิตแบบ EMV ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน
    • เปิดแอปฯ “ทางรัฐ” และกรอกหมายเลขบัตร EMV ที่ต้องการใช้
  • ลงทะเบียนบัตร MRT Plus และบัตร ARL
    • ทำเช่นเดียวกันกับการลงทะเบียนบัตรอื่นๆ คือเปิดแอปฯ “ทางรัฐ” แล้วกรอกหมายเลขบัตร MRT Plus หรือบัตร ARL ตามขั้นตอน

ช่องทางที่ 3: ลงทะเบียนที่สถานีรถไฟฟ้า สะดวกสำหรับคนไม่คุ้นเคยเทคโนโลยี

หากคุณไม่คุ้นเคยกับการใช้แอปพลิเคชัน หรืออยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลให้ ก็สามารถไปลงทะเบียนที่สถานีรถไฟฟ้าที่ร่วมโครงการได้เลย

  • สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปลงทะเบียนที่สถานี
    • บัตรโดยสาร ที่ต้องการใช้สิทธิ์ (บัตร Rabbit, บัตร MRT Plus, บัตร ARL, หรือบัตร EMV Contactless)
    • บัตรประชาชน (เจ้าหน้าที่อาจขอดูเพื่อยืนยันตัวตน)
  • ขั้นตอนการลงทะเบียนที่สถานี
    • นำบัตรโดยสารและบัตรประชาชนไปที่เคาน์เตอร์ หรือจุดบริการลูกค้าที่ระบุว่า “ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย”
    • แจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ว่าต้องการลงทะเบียนรับสิทธิ์
    • เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลและบันทึกหมายเลขบัตรของคุณเข้าระบบ
    • หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอน คุณจะได้รับใบยืนยันการลงทะเบียน ซึ่งควรเก็บไว้เป็นหลักฐาน

บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ไว้ให้ครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการลงทะเบียน, วันที่ต้องจำให้ขึ้นใจ, และเส้นทางที่ร่วมโครงการ บอกเลยว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายและใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้นจริงๆ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปสนุกกับการเดินทางในราคาเพียง 20 บาทกันนะครับ!

 

บทความที่น่าสนใจ

 


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรถไฟฟ้า 20 บาท

Q1: โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ใช้ได้กับบัตรประเภทไหนบ้าง?A1: สิทธิ์นี้สามารถใช้ได้กับบัตรโดยสารที่ลงทะเบียนแล้ว ได้แก่ บัตร Rabbit Card, บัตร EMV Contactless (Visa/Mastercard), บัตร MRT Plus และบัตร ARL Smart Pass (สำหรับสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์)

Q2: ถ้าเดินทางข้ามสายต้องทำอย่างไร? และค่าโดยสารจะถูกคิดยังไง?A2: คุณสามารถเดินทางข้ามสายได้โดยใช้บัตรใบเดียวที่ลงทะเบียนแล้ว โดยระบบจะคำนวณค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 20 บาทต่อเที่ยวโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องจ่ายค่าแรกเข้าใหม่ ทำให้การเดินทางสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น

Q3: นักเรียนและผู้สูงอายุต้องลงทะเบียนด้วยไหม? และจะได้รับสิทธิ์พิเศษเพิ่มเติมหรือไม่?A3: นักเรียนและผู้สูงอายุต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เช่นกัน โดยค่าโดยสาร 20 บาทเป็นอัตราสูงสุดสำหรับผู้โดยสารทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่, นักเรียน, หรือผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นราคาที่คุ้มค่ากว่าอัตราปกติสำหรับทุกกลุ่มอยู่แล้ว

Q4: ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกปีหรือเปล่า?A4: ในเบื้องต้นการลงทะเบียนจะใช้ได้ต่อเนื่อง แต่ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะเผื่อมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในอนาคต

Q5: ถ้าไม่ได้ลงทะเบียน จะยังใช้รถไฟฟ้าในราคา 20 บาทได้ไหม?A5: ไม่ได้ครับ ผู้โดยสารที่ต้องการใช้สิทธิ์นี้ต้องทำการลงทะเบียนตามขั้นตอนที่กำหนดไว้เท่านั้น หากไม่ได้ลงทะเบียนจะต้องจ่ายค่าโดยสารในอัตราปกติของแต่ละเส้นทาง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

Pongsak D

เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress และ Technical SEO ประสบการณ์กว่า จำนวน 15 ปี ปัจจุบันเป็น Lead Developer และผู้ก่อตั้ง Wisdom Firm มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการนำ AI และระบบ Automation (เช่น n8n, Gemini) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

Close
WiSDOM FiRM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.