News

คนละครึ่งพลัส Shopee ไม่ได้! แต่ ShopeeFood ทำได้

เสียงแจ้งเตือน “เป๋าตัง” ดังขึ้น! สิทธิ์ “คนละครึ่งพลัส” รอบใหม่ (เริ่ม 29 ต.ค. 68) เข้ามาเติมกระเป๋าตังค์อิเล็กทรอนิกส์ของเราให้ใจฟูอีกครั้ง ไม่ว่าคุณจะได้ 2,000 บาท หรือ 2,400 บาท ก็ตาม… สิ่งแรกที่หลายคน (รวมถึงผมด้วย!) คิด คือ “เอาไปซื้ออะไรดี?”

และในยุคที่ “การช้อปปิ้งออนไลน์” คือชีวิตจิตใจ… แอปฯ สีส้มสดใสอย่าง Shopee ก็ลอยเข้ามาในหัวเป็นตัวเลือกแรกๆ คำถามยอดฮิตที่ระเบิดขึ้นเต็มฟีดโซเชียลตอนนี้คือ “เราเอาสิทธิ์คนละครึ่งพลัส ไปซื้อของใน Shopee ได้ไหม?” “ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง Shopee ยังไง?”

ใจเย็นๆ ครับ… ก่อนที่จะรีบกดของลงตะกร้าใน Shopee แล้วหาปุ่ม “จ่ายด้วยคนละครึ่ง” (ซึ่งหาไม่เจอ!) วันนี้เราจะมา “ผ่าตัด” ข้อสงสัยนี้ให้ชัดเจนกันไปเลยว่า ตกลง… มันทำได้ หรือ ไม่ได้? และถ้าทำได้… มันต้องทำยังไงกันแน่!


เลือกอ่าน หัวข้อที่สนใจ

ไขข้อสงสัย: สรุปใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัส ซื้อของใน Shopee (แอปฯ ส้ม) ได้หรือไม่?

ขออนุญาตตอบแบบ “ชัดเจน” และ “ตรงประเด็น” ที่สุดตรงนี้เลยนะครับ…

คำตอบชัดๆ (และเหตุผล): ทำไมถึง “ไม่ได้”?

ไม่สามารถ ใช้สิทธิ์ “คนละครึ่งพลัส” (Khon La Khrueng Plus) ในการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม E-Commerce Marketplace ของ Shopee (แอปฯ ส้ม ที่เราใช้ซื้อของทั่วไป) ได้ครับ

“อ้าว… ทำไมล่ะ?”

เหตุผลง่ายนิดเดียวครับ มันเกี่ยวกับ “เจตนารมณ์” ของโครงการ

เจาะลึกเจตนารมณ์โครงการ: ทำไมต้อง “ถุงเงิน” ไม่ใช่ “ShopeePay”?

ลองนึกภาพตามนะครับ โครงการ “คนละครึ่ง” ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ “ฐานราก” และช่วยเหลือ “ผู้ประกอบการรายย่อย” เช่น ร้านข้าวแกง, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านโชห่วย, ร้านเสื้อผ้าในตลาดนัด ฯลฯ โดยมีเครื่องมือสำคัญคือแอปฯ “ถุงเงิน” ที่ร้านค้าเหล่านี้ใช้รับเงิน

ในขณะที่ Shopee (Marketplace) เป็นแพลตฟอร์ม E-Commerce ขนาดใหญ่ ที่มีระบบโลจิสติกส์ ระบบคลังสินค้า และระบบจ่ายเงิน (เช่น ShopeePay, SPayLater) เป็นของตัวเอง ซึ่งโครงสร้างมันแตกต่างจากวัตถุประสงค์ของโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ต้องการให้เงินหมุนเวียนในระดับ “ร้านค้า-ชุมชน” โดยตรงครับ

พูดง่ายๆ คือ รัฐบาลต้องการให้คุณ “สแกน QR ถุงเงิน” ที่หน้าร้านค้า… แต่การซื้อของใน Shopee มันคือการจ่ายเงินเข้า “ระบบกลาง” ของ Shopee ครับ โครงสร้างมันคนละแบบกันเลย


แต่! มีข่าวดี… คุณใช้สิทธิ์กับ ‘ShopeeFood’ ได้! (นี่คือช่องทางที่ถูกต้อง)

เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งปิดหน้าต่างนี้ไป… แม้ว่าคุณจะใช้สิทธิ์ซื้อ “ของ” ใน Shopee ไม่ได้ แต่คุณสามารถใช้สิทธิ์ซื้อ “ของกิน” ผ่าน ShopeeFood ได้ครับ!

“เอ๊ะ! มันก็แอปฯ เดียวกันไม่ใช่เหรอ?” … ไม่ใช่ครับ!

ความแตกต่างที่ต้องรู้: Shopee (Marketplace) vs. ShopeeFood (Delivery)

นี่คือจุดที่คนสับสนมากที่สุดครับ

  • Shopee (Marketplace): คือแอปฯ ที่คุณใช้ซื้อของทุกอย่าง… เสื้อผ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้า, มือถือ, ของใช้ในบ้าน ฯลฯ (อันนี้… ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง “ไม่ได้”)
  • ShopeeFood (Food Delivery): คือบริการ “สั่งอาหาร” ที่เชื่อมโยงกับ “ร้านอาหาร” ในพื้นที่ของคุณ ซึ่งร้านอาหารเหล่านี้… หลายร้านได้ลงทะเบียนแอปฯ “ถุงเงิน” และเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งครับ (อันนี้… ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง “ได้”)

เห็นภาพหรือยังครับ? รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนตัว Shopee… แต่เขาสนับสนุน “ร้านอาหาร” ที่บังเอิญมาอยู่บนแพลตฟอร์ม ShopeeFood นั่นเอง!


คู่มือจับมือทำ: 5 ขั้นตอนใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัส สั่ง ShopeeFood ผ่านแอปเป๋าตัง

และนี่คือ “ไคลแมกซ์” ที่ทุกคนรอคอย… วิธีการใช้สิทธิ์ที่ถูกต้อง บอกเลยว่า “ง่าย” แต่มี “กับดัก” นิดเดียว ถ้าคุณทำผิดแค่ขั้นตอนแรก… คุณจะหาวิธีจ่ายไม่เจอเลย!

ขั้นตอนที่ 1: “ห้าม” เข้าแอป ShopeeFood! แต่ให้เข้า “เป๋าตัง” ก่อน

นี่คือ “กุญแจ” และ “กับดัก” ที่สำคัญที่สุด! หลายคนพลาด… เพราะเริ่มจากไปเปิดแอป ShopeeFood ก่อน แล้วก็พยายามหาร้านที่มีโลโก้คนละครึ่ง (ซึ่งไม่มี!)

วิธีที่ถูกต้อง 100% คือ คุณต้อง เริ่มต้นที่แอปฯ “เป๋าตัง” (Pao Tang) เท่านั้นครับ

ทำไมต้องเริ่มที่เป๋าตัง? (กุญแจสำคัญอยู่ตรงนี้)

เพราะแอปเป๋าตัง คือ “กระเป๋าเงิน” ของรัฐบาลครับ การใช้สิทธิ์ทุกอย่างต้อง “เริ่ม” จากที่นี่ เพื่อให้ระบบรู้ว่า “โอเค… นายกำลังจะใช้สิทธิ์คนละครึ่งนะ”

ขั้นตอนที่ 2: กดแบนเนอร์ “ฟู้ดเดลิเวอรี่” (Food Delivery)

เมื่อเข้ามาในแอปเป๋าตัง ที่หน้าหลัก (G-Wallet) ให้คุณมองหาแบนเนอร์ หรือ ไอคอน ที่เขียนว่า “ฟู้ดเดลิเวอรี่” (Food Delivery) หรือ “สั่งอาหาร” แล้วกดเข้าไปเลยครับ

ขั้นตอนที่ 3: เลือก “ShopeeFood” จากรายชื่อผู้ให้บริการ

ในหน้านี้ แอปเป๋าตังจะแสดง “พาร์ทเนอร์” ที่เข้าร่วมโครงการ (ซึ่งอาจจะมีหลายเจ้า) ให้คุณมองหาโลโก้ ShopeeFood แล้วกดเลือกได้เลยครับ

ขั้นตอนที่ 4: เลือกเมนูจากร้านค้าที่ “เข้าร่วม” โครงการ

หลังจากกด ShopeeFood (ผ่านแอปเป๋าตัง) ระบบจะพาคุณไปยังหน้าสั่งอาหารของ ShopeeFood ครับ… แต่เดี๋ยวก่อน!

ข้อควรระวัง: ไม่ใช่ทุกร้านบน ShopeeFood จะเข้าร่วมโครงการนะครับ คุณต้องสังเกตร้านที่มีสัญลักษณ์ “คนละครึ่ง” หรือร้านที่ “สามารถ” ใช้สิทธิ์ได้เท่านั้น (ระบบมักจะกรองมาให้แล้ว)

เมื่อเจอร้านที่ใช่… ก็กดสั่งอาหาร เลือกเมนูโปรดของคุณได้เลย!

ขั้นตอนที่ 5: การจ่ายเงิน (ระบบ Co-Pay) โดยอัตโนมัติ

เมื่อคุณกดสั่งซื้อจนถึงหน้าชำระเงิน… นี่คือความมหัศจรรย์ครับ!

ระบบจะรู้ทันทีว่าคุณมาจาก “เป๋าตัง” และจะแสดงยอดที่ “รัฐช่วยจ่าย” (50%) และยอดที่คุณ “ต้องจ่าย” (50%) โดยอัตโนมัติ (หรือที่เรียกว่า Co-Pay)

คุณก็แค่กดยืนยันการชำระเงิน… ระบบจะตัดเงิน 50% จาก G-Wallet ของคุณ และตัดสิทธิ์ 50% จากโครงการคนละครึ่งพลัส… เรียบร้อย! รอรับอาหารอร่อยๆ ที่บ้านได้เลย

 

บทความที่น่าสนใจ

 


ทบทวนสิทธิ์ “คนละครึ่งพลัส” (เฟส 29 ต.ค. 68) ที่ต้องรู้

เพื่อความแม่นยำในการวางแผนใช้จ่าย เรามาทบทวนกติกาของโครงการรอบนี้กันสั้นๆ นะครับ

เราได้สิทธิ์เท่าไหร่? (2,000 vs 2,400 บาท)

สิทธิ์ในรอบนี้ (เริ่ม 29 ต.ค. 68) แบ่งเป็น 2 กลุ่มครับ:

  1. กลุ่มคนทั่วไป (ไม่เสียภาษี): ได้รับสิทธิ์สูงสุด 2,000 บาท
  2. กลุ่มผู้เสียภาษี: ได้รับสิทธิ์สูงสุด 2,400 บาท

(คุณสามารถเช็กสิทธิ์เต็มๆ ของคุณได้ในแอปเป๋าตังครับ)

กติกาเหล็ก: Co-Pay 50% และยอดใช้จ่ายต่อวัน

หลักการยังเหมือนเดิมครับ… รัฐช่วย 50% เราจ่าย 50% โดยรัฐจะสนับสนุนให้ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน

  • ตัวอย่าง: สั่งอาหาร ShopeeFood ราคา 400 บาท -> คุณจ่าย 200 บาท (จากเป๋าตัง) และรัฐจ่าย 200 บาท (จากสิทธิ์)
  • ตัวอย่าง 2: สั่งอาหารราคา 500 บาท -> รัฐจะช่วย “สูงสุด” แค่ 200 บาท… ดังนั้น คุณต้องจ่ายเอง 300 บาทครับ
  • ตัวอย่าง 3: สั่งอาหาร 100 บาท -> คุณจ่าย 50 บาท รัฐจ่าย 50 บาท (คุณจะเหลือสิทธิ์ของวันนั้นอีก 150 บาท)

บทสรุป: ช้อปฉลาด แยกแอปฯ ให้ถูก ใช้สิทธิ์ให้คุ้ม

สรุปให้เคลียร์อีกครั้งนะครับ!

  1. ซื้อของในแอป Shopee (Marketplace) -> ใช้สิทธิ์ “ไม่ได้”
  2. สั่งอาหารผ่าน ShopeeFood -> ใช้สิทธิ์ “ได้”

และ “วิธี” ที่จะใช้สิทธิ์สั่ง ShopeeFood ได้นั้น… คุณต้องเริ่มที่ “แอปเป๋าตัง” เสมอ!

ตอนนี้คุณได้ “คู่มือ” ที่ชัดเจนที่สุดไปแล้ว อย่ารอช้าครับ! สิทธิ์ 2,000 – 2,400 บาท อยู่ในมือคุณแล้ว ถ้าวันนี้ยังไม่อยากออกไปไหน ลองเปิด “เป๋าตัง” กด “ฟู้ดเดลิเวอรี่” แล้วเลือกร้านอร่อยๆ จาก ShopeeFood มาฉลองสิทธิ์ใหม่กันได้เลยครับ!


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ถ้าฉันกดเข้าแอป ShopeeFood โดยตรง (ไม่ผ่านเป๋าตัง) จะใช้สิทธิ์ได้ไหม?
    • ไม่ได้ครับ นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด! ถ้าคุณเข้า ShopeeFood โดยตรง ระบบจะไม่รู้ว่าคุณต้องการใช้สิทธิ์คนละครึ่ง และจะไม่มีช่องทางให้คุณจ่ายแบบ Co-Pay ครับ ต้องเริ่มที่ “เป๋าตัง” เท่านั้น
  2. ฉันสามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งกับแอปฯ เดลิเวอรี่อื่น (เช่น LINEMAN, Grab) ได้ไหม?
    • ได้ครับ (ถ้าเขาร่วม) หลักการเดียวกันเลยครับ ให้คุณเข้าไปที่แอป “เป๋าตัง” > “ฟู้ดเดลิเวอรี่” แล้วดูว่ามี “พาร์ทเนอร์” เจ้าไหนให้เลือกบ้าง ถ้ามี LINEMAN หรือ Grab ขึ้นมา ก็สามารถกดและใช้สิทธิ์ในลักษณะเดียวกันได้เลย
  3. ทำไมร้านอาหารร้านโปรดของฉันใน ShopeeFood ถึงใช้สิทธิ์คนละครึ่งไม่ได้?
    • เป็นไปได้ว่า ร้านอาหารร้านนั้น ไม่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ “ถุงเงิน” ครับ การที่ร้านจะรับสิทธิ์คนละครึ่งได้ (แม้จะอยู่บนแพลตฟอร์ม) ร้านนั้นต้องสมัคร “ถุงเงิน” กับรัฐบาลก่อนครับ
  4. ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง สั่ง ShopeeFood แล้ว… จ่ายส่วนของฉัน (50%) ด้วย ShopeePay หรือ SPayLater ได้ไหม?
    • ไม่ได้ครับ เมื่อคุณใช้สิทธิ์คนละครึ่ง (ซึ่งเริ่มจากเป๋าตัง) ส่วน 50% ที่คุณต้องจ่าย จะต้องถูกหักออกจาก “G-Wallet” ในแอปเป๋าตังของคุณเท่านั้นครับ คุณจึงต้องเติมเงินเข้า G-Wallet ในเป๋าตังไว้ให้พร้อมก่อน
  5. ฉันสามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ซื้อของจาก “ShopeeMart” (ที่อยู่ใน ShopeeFood) ได้ไหม?
    • ไม่ได้ครับ โดยทั่วไปสิทธิ์คนละครึ่งจะจำกัดอยู่ที่ “ร้านอาหารและเครื่องดื่ม” ที่ลงทะเบียนถุงเงินเท่านั้นครับ การสั่งของสด/ของใช้ (Mart) จาก ShopeeMart มักจะอยู่นอกเงื่อนไขของโครงการนี้ครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Reference Links)

สรุปเนื้อหาของโพสต์ (Summarize Post)

  • คำตอบที่ชัดเจน: คุณ ไม่สามารถ ใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัส ซื้อสินค้าใน E-Commerce Marketplace ของ Shopee (แอปฯ ส้ม) ได้
  • ทางออก (มีจริง): คุณ สามารถ ใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัส สั่งอาหารจาก ShopeeFood ได้
  • วิธีที่ถูกต้อง: การสั่ง ShopeeFood ด้วยสิทธิ์คนละครึ่ง ต้องเริ่มต้นที่ “แอปเป๋าตัง” (กดแบนเนอร์ฟู้ดเดลิเวอรี่) เท่านั้น ไม่ใช่การเปิดแอป ShopeeFood โดยตรง

Pongsak D

เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress และ Technical SEO ประสบการณ์กว่า จำนวน 15 ปี ปัจจุบันเป็น Lead Developer และผู้ก่อตั้ง Wisdom Firm มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการนำ AI และระบบ Automation (เช่น n8n, Gemini) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

Close
WiSDOM FiRM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.