ProductsWebsite

รับทำเว็บไซต์ขายของ WordPress วางระบบร้านค้าออนไลน์พร้อมต่อยอดธุรกิจ

E-commerce Website • WiSDOM FiRM

เว็บไซต์ขายของที่ใช้งานจริงไม่ได้จบแค่มีรูปสินค้า ราคา และปุ่ม “สั่งซื้อ” แต่ต้องคิดตั้งแต่ลูกค้าเข้ามาหาสินค้า อ่านรายละเอียด ตัดสินใจซื้อ ชำระเงิน ไปจนถึงขั้นตอนที่ร้านได้รับคำสั่งซื้อและนำไปจัดการต่อ

WiSDOM FiRM รับพัฒนาเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์บน WordPress โดยวางโครงสร้างให้เหมาะกับสินค้าและวิธีขายของแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหมวดสินค้า หน้ารายละเอียดสินค้า ตะกร้า Checkout การชำระเงิน การจัดส่ง รวมถึงพื้นฐานสำหรับ SEO และการขยายระบบในอนาคต

หัวใจของเว็บ E-commerce ไม่ใช่จำนวนฟังก์ชันที่ใส่เข้าไป แต่คือการทำให้เส้นทางตั้งแต่ “ลูกค้าสนใจสินค้า” ไปจนถึง “ร้านได้รับ Order” สั้น ชัด และมีข้อมูลเพียงพอให้ตัดสินใจ
Quick Answer

เว็บไซต์ขายของคืออะไร และต่างจากเว็บไซต์บริษัทอย่างไร?

เว็บไซต์ขายของ หรือเว็บไซต์ E-commerce คือเว็บไซต์ที่ออกแบบให้ลูกค้าสามารถค้นหาและดูสินค้า ตรวจสอบรายละเอียด ราคา ตัวเลือกสินค้า เพิ่มสินค้าลงตะกร้า และดำเนินการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ได้

ความแตกต่างจากเว็บไซต์บริษัททั่วไปคือ เว็บขายของต้องดูทั้ง ประสบการณ์ฝั่งลูกค้า และ กระบวนการหลังบ้านของร้าน พร้อมกัน เช่น การจัดการสินค้า Order, Stock, Payment, Shipping และสถานะคำสั่งซื้อ

Owned Commerce Channel

ขายผ่าน Social และ Marketplace อยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ไหม?

คำตอบไม่ได้มีแค่ “จำเป็น” หรือ “ไม่จำเป็น” เพราะแต่ละช่องทางทำหน้าที่ต่างกัน Marketplace และ Social Media สามารถช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว ขณะที่เว็บไซต์เป็นพื้นที่ที่ธุรกิจสามารถออกแบบข้อมูล ประสบการณ์ และเส้นทางการซื้อของตัวเองได้มากกว่า

มีหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง

สามารถจัดหมวดหมู่สินค้า สร้าง Landing Page นำเสนอจุดเด่นแบรนด์ และกำหนดเส้นทางของลูกค้าได้ตามรูปแบบธุรกิจ

สร้างหน้าสินค้าสำหรับ Search

สินค้าแต่ละรายการสามารถมี URL รายละเอียด รูปภาพ ข้อมูลเฉพาะ และเนื้อหาที่ช่วยให้ Search Engine เข้าใจสินค้าได้ชัดขึ้น

วัดพฤติกรรมบนเว็บไซต์

สามารถเชื่อมระบบ Analytics เพื่อศึกษาว่าลูกค้าเข้าหน้าไหน สนใจสินค้าอะไร และออกจากขั้นตอนไหนของเส้นทางการซื้อ

ต่อยอดระบบได้

เมื่อธุรกิจโตขึ้น สามารถพิจารณาเชื่อมระบบเพิ่มเติม เช่น Payment, CRM, ERP, API หรือ Automation ตาม Requirement

จัดโปรโมชั่นได้ตามกลยุทธ์

สามารถสร้าง Coupon, ส่วนลดตามเงื่อนไข โปรโมชั่นตามสินค้า หรือ Campaign Landing Page ตามความสามารถของระบบที่เลือกใช้

ใช้ร่วมกับช่องทางเดิมได้

การมีเว็บไซต์ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกขายผ่าน LINE, Facebook หรือ Marketplace แต่สามารถวางแต่ละช่องทางให้ทำหน้าที่ร่วมกัน

E-commerce Customer Journey

ก่อนออกแบบเว็บขายของ เรามองเส้นทางการซื้อก่อน

หน้าตาเว็บไซต์เป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าลูกค้าหาสินค้าไม่เจอ ไม่เข้าใจค่าจัดส่ง หรือ Checkout ยุ่งยาก ดีไซน์ที่สวยอย่างเดียวก็ไม่ได้แก้ปัญหานั้น

1
ค้นพบสินค้า Search, Social, Ads, Direct หรือช่องทางอื่น
2
เข้าหน้าสินค้า ดูภาพ ราคา รายละเอียดและตัวเลือก
3
ตรวจข้อมูลก่อนซื้อ Stock, Shipping, Payment และเงื่อนไข
4
เพิ่มลงตะกร้า เลือกจำนวน Variation หรือ Option
5
Checkout กรอกข้อมูลที่จำเป็น โดยไม่สร้างขั้นตอนเกินความต้องการ
6
ชำระเงิน ดำเนินการผ่านช่องทาง ที่ระบบร้านรองรับ
7
ร้านได้รับ Order ตรวจสอบคำสั่งซื้อ และดำเนินงานหลังบ้าน
8
จัดส่ง / ซื้อซ้ำ ดูแลหลังการขาย และสร้างโอกาสให้ลูกค้ากลับมา
Core E-commerce Features

ระบบสำคัญที่เว็บไซต์ขายของควรพิจารณา

ไม่ใช่ทุกร้านต้องใช้ทุกฟังก์ชัน ร้านที่มีสินค้า 20 รายการ กับร้านที่มีหลายพัน SKU ย่อมมี Requirement ต่างกัน จึงควรเลือกจากกระบวนการขายจริง ไม่ใช่ใส่ระบบเพียงเพราะเว็บอื่นมี

🛍️ ระบบสินค้า

จัดการชื่อสินค้า รายละเอียด ราคา รูปภาพ หมวดหมู่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้า

🧺 ตะกร้าสินค้า

ให้ลูกค้าเลือกหลายรายการ ปรับจำนวน และตรวจสอบยอดก่อนเข้าสู่ Checkout

💳 ระบบชำระเงิน

รองรับช่องทางชำระเงิน ตาม Payment Method หรือ Gateway ที่ธุรกิจเลือกใช้และรองรับ

📦 Order Management

ร้านสามารถตรวจสอบคำสั่งซื้อ ข้อมูลลูกค้า ยอดคำสั่งซื้อ และสถานะงานที่เกี่ยวข้อง

📊 Stock

ใช้จัดการจำนวนสินค้าคงเหลือ ตามรูปแบบสินค้า และ Workflow ของร้าน

🚚 Shipping

กำหนดรูปแบบค่าจัดส่ง พื้นที่จัดส่ง หรือเงื่อนไขตามที่ระบบและธุรกิจรองรับ

🏷️ Coupon / Promotion

รองรับส่วนลด Coupon หรือเงื่อนไขโปรโมชั่น สำหรับ Campaign ต่าง ๆ

⭐ รีวิวสินค้า

ช่วยแสดงประสบการณ์ของลูกค้า โดยควรมีระบบจัดการและตรวจสอบเนื้อหาอย่างเหมาะสม

🔍 Search & Filter

สำคัญขึ้นเมื่อร้านมีสินค้าหลายรายการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าค้นหาสิ่งที่ต้องการได้เร็วขึ้น

📱 Responsive Design

ตั้งแต่หน้าสินค้า ตะกร้า ไปจนถึง Checkout ต้องใช้งานได้ดีบนหน้าจอมือถือ

Product Page

หน้าสินค้าไม่ควรมีแค่ “รูป + ราคา + ปุ่มซื้อ”

หน้าสินค้าคือจุดที่ลูกค้าต้องใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สินค้าบางชนิดต้องอธิบายขนาด วัสดุ วิธีใช้ เงื่อนไขรับประกัน หรือข้อมูลเฉพาะด้าน ขณะที่สินค้าบางประเภทต้องการข้อมูลน้อยกว่า

ดังนั้นโครงหน้าสินค้าควรสร้างจาก คำถามที่ลูกค้าต้องรู้ก่อนซื้อสินค้าชนิดนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ใช้ Template เดียวแล้วกรอกข้อมูลสั้น ๆ ให้ครบทุก SKU

ชื่อสินค้าที่เข้าใจง่าย
บอกว่าสินค้าคืออะไร ไม่พึ่งแต่ชื่อรุ่นหรือรหัสสินค้า
ภาพสินค้าที่ช่วยตัดสินใจ
แสดงรายละเอียดหรือมุมที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องเห็น
ราคาและตัวเลือก
Variation เช่น ขนาด สี หรือรูปแบบ ควรเข้าใจง่าย
สถานะสินค้า
แสดงข้อมูลตาม Stock หรือรูปแบบการขายของธุรกิจ
รายละเอียดสำคัญ
ตอบคำถามก่อนซื้อให้ครบมากกว่าการใส่ข้อความเพื่อ SEO
ข้อมูลจัดส่ง
แจ้งสิ่งที่ลูกค้าควรรู้เกี่ยวกับการจัดส่งตามนโยบายร้าน
ข้อมูลความน่าเชื่อถือ
เช่น นโยบายร้าน การรับประกัน หรือข้อมูลบริษัทเมื่อเกี่ยวข้อง
Call to Action ที่ชัด
ลูกค้าควรรู้ทันทีว่าขั้นตอนถัดไปคืออะไร
Checkout & Payment

จุดที่ต้องคิดให้ละเอียด: Checkout และการชำระเงิน

ก่อนเริ่มพัฒนา ควรคุยให้ชัดว่าธุรกิจรับเงินอย่างไร ขายให้ใคร มีการคิดค่าจัดส่งแบบไหน และหลังลูกค้าชำระเงินแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องทำอะไรต่อ

Payment Gateway แต่ละรายมีข้อกำหนด ค่าธรรมเนียม วิธีสมัคร และความสามารถต่างกัน จึงควรเลือกจาก Requirement จริง และตรวจสอบเงื่อนไขของผู้ให้บริการโดยตรง

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือ หลัง Order เข้ามาแล้วใครเป็นคนทำงานต่อ? เพราะเว็บขายของที่ดีต้องเข้ากับ Workflow หลังบ้านของร้านด้วย

คำถามที่ควรตอบก่อนทำ Checkout

  • ลูกค้าต้องสมัครสมาชิกก่อนซื้อหรือไม่?
  • ต้องเก็บข้อมูลอะไรจากลูกค้าบ้าง?
  • ขายปลีก ขายส่ง หรือทั้งสองแบบ?
  • ราคาสินค้ารวมภาษีหรือไม่?
  • ค่าจัดส่งคิดแบบใด?
  • มีพื้นที่ที่ไม่จัดส่งหรือไม่?
  • รับชำระเงินผ่านช่องทางใด?
  • ต้องออกเอกสารอะไรหลัง Order?
  • เจ้าหน้าที่รับแจ้ง Order อย่างไร?
  • ต้องเชื่อมระบบภายนอกหรือไม่?
WordPress Commerce

ทำไมเราจึงพิจารณา WordPress สำหรับเว็บไซต์ขายของ?

WordPress สามารถใช้เป็นฐานสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ และต่อยอดระบบร้านค้าออนไลน์ได้ โดย Requirement ของแต่ละโครงการจะเป็นตัวกำหนดว่า ควรใช้โครงสร้างและส่วนเสริมแบบใด

จัดการ Content และสินค้า

เจ้าของเว็บไซต์สามารถมีระบบหลังบ้าน สำหรับจัดการหน้า บทความ และข้อมูลร้านค้าตามสิทธิ์ที่กำหนด

ต่อยอด Feature ได้

ระบบสามารถขยายความสามารถ ผ่าน Plugin, Custom Code หรือ Integration ตาม Requirement และข้อจำกัดของโครงการ

แยก Content กับ Commerce ได้

สามารถมีทั้งหน้าสินค้า หมวดสินค้า Landing Page คู่มือ FAQ และบทความ อยู่ในเว็บไซต์เดียวกัน

วาง Technical SEO ได้

สามารถจัดการ URL, Metadata, Canonical, Sitemap และองค์ประกอบ SEO ผ่านโครงสร้างและเครื่องมือที่เหมาะสม

เจ้าของเว็บควบคุมระบบได้

ควรกำหนด Domain, Hosting, Admin Account และสิทธิ์ต่าง ๆ ให้ชัดตั้งแต่เริ่มโครงการ

เหมาะกับหลายรูปแบบธุรกิจ

ตั้งแต่เว็บไซต์บริษัทที่มีสินค้าบางส่วน ไปจนถึงร้านค้าออนไลน์ ทั้งนี้ต้องประเมินจาก Scale และ Requirement จริง

Store Architecture

ร้านที่มีสินค้าหลายรายการ ต้องคิด Category ก่อนเพิ่มสินค้าจำนวนมาก

ร้านค้าออนไลน์มักเริ่มจากสินค้าไม่กี่รายการ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หากไม่มีโครงสร้างหมวดหมู่ตั้งแต่ต้น อาจเกิด Category ซ้ำ URL ซับซ้อน หรือผู้ใช้หาสินค้าไม่เจอเมื่อ Catalog โตขึ้น

ก่อน Import สินค้าจำนวนมาก จึงควรดูว่า ลูกค้าแบ่งสินค้าในหัวอย่างไร ไม่ใช่แบ่งตามโครงสร้างภายในบริษัทเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างสิ่งที่ต้องวาง

  • หมวดสินค้าหลัก
  • หมวดย่อยที่จำเป็น
  • Brand / Attribute
  • Variation
  • Search
  • Filter
  • URL Structure
  • Breadcrumb
  • Internal Linking
  • สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Mobile Commerce

หน้าจอมือถือไม่ใช่แค่ Desktop ที่ย่อให้เล็กลง

เว็บขายของต้องตรวจเส้นทางซื้อบนมือถือจริง เพราะพื้นที่หน้าจอน้อยกว่า การแตะปุ่ม การเลือก Variation การกรอก Checkout และการอ่านข้อมูลสินค้าต่างจาก Desktop

ปุ่มต้องกดง่าย

CTA สำคัญ ไม่ควรเล็ก เบียดกัน หรือถูก Element อื่นบัง

รูปต้องไม่ดัน Layout

รูปสินค้าและ Gallery ต้อง Responsive โดยไม่ทำให้หน้าเกิด Horizontal Overflow

ข้อมูลสำคัญต้องหาเจอเร็ว

ราคา Variation Stock Shipping และ CTA ไม่ควรถูกซ่อนอยู่ใต้เนื้อหาที่ยาวเกินความจำเป็น

Checkout ต้องไม่เหนื่อย

พิจารณาจำนวน Field และขั้นตอน โดยเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นกับ Workflow จริง

ความเร็วมีผลต่อประสบการณ์

รูปสินค้าจำนวนมาก Script Tracking และ Plugin ต้องถูกจัดการอย่างเหมาะสม

ทดสอบอุปกรณ์จริง

Responsive Preview ช่วยได้ แต่ Flow สำคัญควรถูกตรวจบนมือถือจริงด้วย

Development Process

ขั้นตอนทำเว็บไซต์ขายของกับ WiSDOM FiRM

เราเริ่มจากกระบวนการขายของธุรกิจ ก่อนเลือกว่าจะใส่ Feature อะไร เพื่อลดการสร้างระบบที่ดูเยอะ แต่ไม่ได้ช่วย Workflow จริง

คุย Requirement

ดูประเภทสินค้า จำนวนสินค้า กลุ่มลูกค้า วิธีรับ Order Payment และ Shipping

วางโครงสร้างร้าน

กำหนด Category, Product Structure, Navigation และ Customer Journey

ออกแบบ UI

วางหน้า Home, Category, Product, Cart และ Checkout ให้สอดคล้องกับแบรนด์และการใช้งาน

พัฒนาระบบ

ติดตั้งและปรับระบบร้านค้า รวมถึง Feature ที่อยู่ใน Scope ของโครงการ

ทดสอบ Order Flow

ตรวจ Product, Cart, Checkout, Notification และกระบวนการสำคัญก่อนเปิดใช้จริง

ส่งมอบและดูแลต่อ

ส่งมอบตาม Scope พร้อมกำหนดเรื่อง Account การใช้งาน และบริการหลังส่งมอบให้ชัดเจน

How We Think

เว็บขายของแต่ละร้านไม่ควรถูกสร้างจาก Checklist เดียวกันทั้งหมด

จากมุมคนทำระบบ สิ่งที่ต้องระวังคือการเริ่มโครงการด้วยคำว่า “เอาเหมือนร้านนี้ทุกอย่าง” เพราะธุรกิจที่ดูคล้ายกัน อาจมี Workflow หลังบ้านต่างกันมาก

บางร้านมี Stock พร้อมส่ง บางร้านผลิตหลังรับ Order บางร้านขายเป็น Variation บางร้านต้องให้พนักงานยืนยันราคาก่อน บางธุรกิจขายทั้งปลีกและส่ง และบางร้านใช้เว็บไซต์เป็น Catalog แล้วปิดการขายผ่านพนักงาน

ดังนั้นก่อนเลือก Plugin Theme หรือ Feature เราต้องเข้าใจว่า ร้านขายอย่างไร ลูกค้าซื้ออย่างไร และเจ้าหน้าที่ทำอะไรหลังได้รับคำสั่งซื้อ ก่อน

แนวทางนี้ช่วยให้เว็บไซต์ถูกสร้างขึ้นตามกระบวนการธุรกิจจริง แทนที่จะมีฟังก์ชันจำนวนมาก แต่สุดท้ายทีมงานไม่ได้ใช้

Security & Maintenance

เว็บไซต์ขายของต้องคิดเรื่องการดูแลหลังเปิดเว็บด้วย

ร้านค้าออนไลน์มีองค์ประกอบมากกว่าเว็บประชาสัมพันธ์ทั่วไป ทั้ง Account, Order, Plugin, Payment Integration และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า

จึงไม่ควรคิดเฉพาะว่า “ทำเว็บเสร็จเมื่อไร” แต่ควรถามต่อว่า หลังเปิดแล้วใคร Update, Backup, Monitor และแก้ปัญหาเมื่อระบบมีการเปลี่ยนแปลง

รายการที่ควรมีแผนดูแล

  • WordPress Core Update
  • Plugin / Theme Update
  • Backup
  • Security Hardening
  • Admin Account
  • SSL / HTTPS
  • Performance
  • Payment Integration
  • Form / Email Notification
  • Error Monitoring ตามระบบที่ใช้
Website Architecture

บริการและเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

รับทำเว็บไซต์ WordPress

หากต้องการดูบริการเว็บไซต์ในภาพรวม ตั้งแต่เว็บบริษัท Landing Page ไปจนถึงเว็บไซต์ที่ต่อยอดระบบได้ อ่านจากหน้าหลักของบริการ WordPress

ดูบริการเว็บไซต์ WordPress →

IT Solution สำหรับธุรกิจ

หากโครงการไม่ได้มีแค่เว็บไซต์ แต่เกี่ยวข้องกับระบบดิจิทัล IT Support หรือระบบภายในองค์กร สามารถดูภาพรวมบริการได้จาก Service Hub

ดูบริการ IT Solution →
FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ขายของ

เว็บไซต์ขายของเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการนำเสนอสินค้า รับคำสั่งซื้อ หรือสร้างช่องทางออนไลน์ของตัวเอง แต่ระบบที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้า วิธีขาย การชำระเงิน การจัดส่ง และ Workflow หลังบ้านของแต่ละธุรกิจ

ทำเว็บไซต์ขายของด้วย WordPress ได้ไหม?

ได้ครับ WordPress สามารถต่อยอดเป็นร้านค้าออนไลน์ได้ และสามารถจัดการสินค้า Content รวมถึงความสามารถด้าน E-commerce ตามระบบและส่วนเสริมที่เลือกใช้ แต่ควรประเมิน Requirement และ Scale ของโครงการก่อน

เว็บไซต์ขายของต้องมี WooCommerce หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องใช้ในทุกกรณี แต่ WooCommerce เป็นหนึ่งในระบบ E-commerce ที่สามารถทำงานร่วมกับ WordPress ได้ การเลือกใช้ควรพิจารณาจาก Requirement รูปแบบสินค้า Integration และวิธีบริหารร้าน

รับชำระเงินออนไลน์ได้ไหม?

สามารถเชื่อมระบบชำระเงินได้ตาม Payment Method หรือ Payment Gateway ที่โครงการเลือกใช้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถ เงื่อนไข การสมัคร และข้อกำหนดของผู้ให้บริการแต่ละราย

สามารถเชื่อม LINE กับเว็บขายของได้ไหม?

สามารถออกแบบ Flow ให้เว็บไซต์ทำงานร่วมกับ LINE ในรูปแบบที่เหมาะกับธุรกิจได้ เช่น ปุ่มติดต่อ ส่งรายละเอียดสินค้า หรือกระบวนการอื่นตามระบบที่เลือกใช้ โดยควรกำหนด Requirement ให้ชัดก่อนพัฒนา

เว็บขายของรองรับมือถือไหม?

ควรออกแบบให้ Responsive และทดสอบเส้นทางสำคัญบนมือถือ ตั้งแต่การดูสินค้า เลือกตัวเลือก เพิ่มตะกร้า จนถึง Checkout เพราะการใช้งานบนมือถือมีข้อจำกัดต่างจาก Desktop

ทำเว็บไซต์แล้วสินค้าจะติด Google เลยไหม?

ไม่สามารถรับประกันได้ การวางโครงสร้างเว็บไซต์ที่เหมาะสม ช่วยสร้างพื้นฐานสำหรับ Search แต่ผลการจัดอันดับยังขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูลสินค้า การแข่งขัน ความน่าเชื่อถือ ความต้องการของผู้ค้นหา และปัจจัยอื่นของ Search Engine

ทำ SEO สำหรับเว็บขายของต่างจากเว็บบริษัทไหม?

มีส่วนที่ต่างกัน เพราะ E-commerce มี Product, Category, Variation, Filter และ URL จำนวนมากกว่าเว็บบริษัททั่วไป จึงต้องคิดเรื่อง Indexability, Canonical, Internal Link และคุณภาพของ Product Content เพิ่มขึ้น

เว็บไซต์ขายของต้องมีระบบ Stock ไหม?

ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ หากสินค้ามีจำนวนคงเหลือที่ต้องควบคุม ระบบ Stock อาจมีความสำคัญ แต่ธุรกิจแบบผลิตตามสั่ง Pre-order หรือบริการบางประเภท อาจมี Workflow ที่แตกต่างออกไป

เว็บไซต์ขายของราคาเท่าไร?

ราคาขึ้นอยู่กับ Scope จำนวนและรูปแบบสินค้า Design, Payment, Shipping, Stock, Integration และ Custom Function จึงควรประเมินจาก Requirement จริง แทนการดูเพียงจำนวนหน้าของเว็บไซต์

ใช้เวลาทำเว็บไซต์ขายของนานแค่ไหน?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อน จำนวนสินค้า ความพร้อมของ Content ระบบชำระเงิน Integration และขั้นตอนทดสอบ โครงการที่มี Custom Function ย่อมใช้เวลาแตกต่างจากร้านที่ใช้ฟังก์ชันมาตรฐาน

เจ้าของร้านสามารถเพิ่มสินค้าเองได้ไหม?

สามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ เข้าไปจัดการสินค้าและ Content ผ่านระบบหลังบ้านได้ โดยควรมีการกำหนด Account สิทธิ์ผู้ใช้งาน และ Workflow ให้เหมาะสม

Build Around Your Business

กำลังวางแผนทำเว็บไซต์ขายของ?

ก่อนคุยเรื่อง Theme หรือหน้าตาเว็บไซต์ ลองเตรียมข้อมูลสั้น ๆ ว่า ขายอะไร มีกี่สินค้า ลูกค้าซื้ออย่างไร รับเงินแบบไหน จัดส่งอย่างไร และหลังได้รับ Order ทีมงานทำอะไรต่อ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินระบบได้ตรงกว่าการเริ่มจากคำว่า “อยากได้เว็บร้านค้าสวย ๆ”

Pongsak D

เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress และ Technical SEO ประสบการณ์กว่า จำนวน 15 ปี ปัจจุบันเป็น Lead Developer และผู้ก่อตั้ง Wisdom Firm มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการนำ AI และระบบ Automation (เช่น n8n, Gemini) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน"

ปรึกษาเราได้เลย แชทผ่าน LINE
WiSDOM FiRM
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.