แพ็กเกจ Google Ads 5,900 บาท ดูแล 30 วัน พร้อม Sale Page ฟรี
WisdomFirm เปิดแพ็กเกจ Google Ads สำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่มหาลูกค้าจาก Google แบบมีหน้า Landing Page รองรับ ค่าบริการ 5,900 บาท จ่ายครั้งเดียว ดูแลแคมเปญนาน 30 วัน พร้อมจัดทำ Sale Page ให้โดยไม่มีค่าจัดทำเพิ่มในแพ็กเกจ
แพ็กเกจนี้เกิดจากปัญหาที่เราเจอบ่อย คือธุรกิจเริ่มซื้อโฆษณา Google Ads แต่เมื่อคนคลิกเข้ามาแล้วกลับไม่มีหน้าที่อธิบายสินค้า บริการ จุดเด่น และช่องทางติดต่ออย่างชัดเจน สุดท้ายจึงเสียค่า Click ไปแล้ว แต่หน้าเว็บไม่ได้ช่วยพาลูกค้าไปสู่ขั้นตอนถัดไปเท่าที่ควร
เราจึงรวม การตั้งค่าและดูแล Google Ads + Sale Page + การติดตามสถิติ มาไว้ในแพ็กเกจเดียว เพื่อให้ธุรกิจเริ่มต้นจากทั้ง Traffic และหน้าปลายทางไปพร้อมกัน
หมายเหตุสำคัญ: ราคา 5,900 บาทในหน้านี้เป็นค่าบริการจัดทำ Sale Page ตั้งค่า และดูแล Google Ads ตามขอบเขตแพ็กเกจ ส่วนงบโฆษณาที่ Google เรียกเก็บจากบัญชี Google Ads แยกจากค่าบริการนี้ และขึ้นอยู่กับงบที่ลูกค้าต้องการใช้
ทำไมยิง Google Ads อย่างเดียวอาจยังไม่พอ?
Google Ads ช่วยพาคนที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการมายังเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น แต่หลังจากคนกดโฆษณาแล้ว Google ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินว่าลูกค้าจะโทรหาเรา กรอกแบบฟอร์ม หรือซื้อสินค้าหรือไม่
หน้าที่ตรงนั้นเป็นของ Landing Page หรือ Sale Page
สมมติว่าลูกค้าค้นหาบริการของคุณ เห็นโฆษณาแล้วกดเข้ามา แต่หน้าแรกมีข้อมูลหลายบริการ เมนูจำนวนมาก ไม่บอกราคา ไม่อธิบายจุดเด่น และหาปุ่มติดต่อไม่เจอ เงินค่า Click ถูกใช้ไปแล้ว แต่โอกาสทางธุรกิจอาจจบลงภายในไม่กี่วินาที
เพราะเหตุนี้ แพ็กเกจของเราจึงไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำถามว่า “จะยิง Ads เท่าไร?” เพียงอย่างเดียว แต่ดูด้วยว่า “เมื่อคนคลิกแล้ว เราจะให้เขาเห็นอะไร?”
5,900 บาท ได้อะไรบ้าง?
แพ็กเกจนี้ออกแบบสำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่ม Google Ads โดยมี Landing Page สำหรับรองรับ Traffic และมีข้อมูลให้ตรวจสอบผลหลังเริ่มแคมเปญ
บริการ | รายละเอียด |
|---|---|
ตั้งค่า Google Ads | จัดเตรียมและตั้งค่าแคมเปญตามธุรกิจและเป้าหมายที่ตกลงกัน |
ดูแล 30 วัน | ติดตามและปรับแคมเปญในช่วงระยะเวลา 30 วัน |
Sale Page | จัดทำหน้า Landing Page สำหรับสินค้า/บริการที่ใช้กับแคมเปญ โดยไม่มีค่าจัดทำเพิ่มตามขอบเขตแพ็กเกจ |
โครงสร้างโฆษณา | วางโครงสร้างแคมเปญและโฆษณาให้สอดคล้องกับสินค้า บริการ และกลุ่มคำค้น |
ติดตามข้อมูล | จัดเตรียมข้อมูลสำหรับดู Traffic และผลจากแคมเปญตามระบบ Tracking ที่ติดตั้งและข้อมูลที่สามารถเก็บได้ |
รายงานผล | มีข้อมูลสำหรับติดตามประสิทธิภาพของแคมเปญในช่วงที่ดูแล |
ค่าบริการแพ็กเกจ: 5,900 บาท / 30 วัน
จ่ายค่าบริการครั้งเดียวตามแพ็กเกจ ไม่มีค่าจัดทำ Sale Page เพิ่มภายใต้ขอบเขตงานที่กำหนด โดย งบซื้อโฆษณา Google Ads ไม่รวมอยู่ในค่าบริการ 5,900 บาท
ฟรี Sale Page สำหรับรับ Traffic จาก Google Ads
ส่วนที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ Sale Page เพราะเราไม่ต้องการตั้งค่าโฆษณาเสร็จแล้วส่งคนเข้าเว็บไซต์โดยไม่ได้พิจารณาว่าหน้าปลายทางพร้อมรับลูกค้าหรือไม่
หน้า Sale Page จะถูกจัดโครงสร้างให้คนที่มาจากโฆษณาเข้าใจได้เร็วว่า ธุรกิจของคุณขายอะไร เหมาะกับใคร มีจุดเด่นอะไร และหากสนใจควรทำอะไรต่อ
- หัวข้อหลักที่สื่อสารบริการอย่างชัดเจน
- อธิบายสินค้า/บริการและประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ
- จัดลำดับเนื้อหาให้เหมาะกับการอ่านบนมือถือ
- จุดเด่นหรือเหตุผลประกอบการตัดสินใจ
- Call to Action สำหรับติดต่อ
- รองรับการนำไปใช้เป็น Landing Page ของ Google Ads
- วางพื้นฐานสำหรับการติดตาม Traffic และ Conversion ตามขอบเขตที่กำหนด
Sale Page ที่ดีไม่จำเป็นต้องยาวที่สุดหรือใส่ Effect มากที่สุด สิ่งสำคัญคือคนที่คลิกโฆษณาเข้ามาแล้วต้องรู้ได้เร็วว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันกำลังหาอยู่หรือไม่ และถ้าสนใจต้องติดต่ออย่างไร”
ตัวอย่าง Sale Page ที่จัดทำ
ด้านล่างเป็นตัวอย่างรูปแบบ Sale Page และ Landing Page ที่สามารถใช้เป็นแนวทางในการออกแบบหน้าสำหรับแต่ละธุรกิจ โดยงานจริงจะปรับเนื้อหา โครงสร้าง และ Call to Action ให้เหมาะกับสินค้าและบริการของลูกค้า
NC Garment
ตัวอย่าง Landing Page สำหรับธุรกิจที่ต้องการนำเสนอสินค้าและบริการให้เข้าใจง่ายจากหน้าเดียว
Design Demo
Lemon
Curry Journey
Homeboy World
Wise Reads
ไม่ได้ดูแค่ว่ามีคนคลิกโฆษณากี่ครั้ง
การทำ Google Ads ที่วัดผลได้ควรมองไกลกว่าตัวเลข Click เพราะ Click เป็นเพียงจุดที่คนเดินทางจาก Google มายังเว็บไซต์
ข้อมูลจากระบบ Analytics และ Advertising ที่ตั้งค่าอย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้เราเห็นภาพเพิ่มเติม เช่น
- มีผู้ใช้งานเข้าหน้าเว็บไซต์จำนวนเท่าไร
- Traffic มาจาก Google Ads หรือช่องทาง Organic Search
- ผู้ใช้งานมาจากพื้นที่ใดในระดับที่ระบบรายงานได้
- ใช้งานผ่าน Mobile, Desktop หรือ Tablet
- เข้าหน้าใดและมีพฤติกรรมบนเว็บไซต์อย่างไรตาม Event ที่สามารถติดตามได้
- โฆษณาหรือกลุ่มคำค้นใดสร้าง Traffic
- Conversion ที่กำหนดไว้เกิดขึ้นจากแคมเปญหรือไม่
ข้อมูลบางประเภทขึ้นอยู่กับการตั้งค่า Google Ads, Analytics, Consent และข้อจำกัดด้าน Privacy ของแพลตฟอร์ม จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถระบุตัวตนหรือพฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละคนได้ทั้งหมด
Google Ads ต่างจาก Organic Search อย่างไร?
Google Ads และ Organic Search หรือ SEO สามารถพาลูกค้าจาก Google เข้ามายังเว็บไซต์เหมือนกัน แต่มีวิธีทำงานต่างกัน
Google Ads | Organic Search / SEO | |
|---|---|---|
การเริ่ม Traffic | สามารถเริ่มได้หลังแคมเปญผ่านการตั้งค่าและอนุมัติ | ต้องใช้เวลาให้ Search Engine เก็บข้อมูลและประเมินหน้าเว็บ |
ค่าโฆษณา | มีค่าใช้จ่ายตามรูปแบบการประมูลและการใช้งานโฆษณา | ไม่มีค่า Click ให้ Google สำหรับ Organic Result |
การควบคุม | กำหนด Campaign, Budget และ Targeting ได้ตามความสามารถของแพลตฟอร์ม | อันดับขึ้นอยู่กับ Search Engine และการแข่งขัน |
เหมาะกับ | ต้องการเข้าถึง Demand ที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น | สร้าง Organic Visibility ระยะกลางถึงระยะยาว |
สำหรับธุรกิจที่เหมาะสม ทั้งสองช่องทางสามารถทำงานร่วมกันได้ Google Ads ช่วยเข้าถึงลูกค้าในช่วงที่ต้องการ Traffic ขณะที่ SEO ช่วยสะสมการมองเห็นจาก Organic Search ในระยะยาว
งบโฆษณา Google Ads ต้องใช้เท่าไร?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ เพราะต้นทุนโฆษณาขึ้นอยู่กับคำค้น การแข่งขัน พื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย คุณภาพโฆษณา และอุตสาหกรรม
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเฉพาะพื้นที่อาจเริ่มจากงบประมาณที่แตกต่างจากธุรกิจที่ต้องการยิงโฆษณาทั่วประเทศ และ Keyword ที่มีการแข่งขันสูงอาจมีต้นทุนต่อ Click แตกต่างจาก Keyword เฉพาะทางอย่างมาก
ก่อนเริ่มแคมเปญ เราจึงควรดูสินค้า/บริการ พื้นที่ที่ต้องการขาย และกลุ่มคำค้นก่อน แล้วค่อยพิจารณางบที่เหมาะสม แทนการกำหนดงบจากตัวเลขเดียวสำหรับทุกธุรกิจ
แพ็กเกจ Google Ads 5,900 บาท เหมาะกับใคร?
- ร้านค้าออนไลน์ ที่มีสินค้า/บริการเฉพาะและต้องการ Landing Page สำหรับ Campaign
- ร้านอาหารและคาเฟ่ ที่ต้องการเข้าถึงคนกำลังค้นหาร้านหรือบริการในพื้นที่
- ธุรกิจบริการ เช่น งานติดตั้ง ซ่อม บริการ B2B และบริการเฉพาะทาง
- คลินิกและธุรกิจที่อยู่ภายใต้นโยบายโฆษณา โดยต้องตรวจสอบข้อกำหนดของ Google ก่อนเริ่ม Campaign
- โรงงานและธุรกิจ B2B ที่ต้องการรับ Lead จากผู้ที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการ
- SME ที่ยังไม่มี Landing Page สำหรับโฆษณา
- ธุรกิจที่ต้องการทดลอง Google Ads และต้องการดูข้อมูลก่อนตัดสินใจวางแผนระยะยาว
ก่อนเริ่มยิง Ads เราจะดูอะไรบ้าง?
เราไม่อยากเริ่มจากการเปิด Campaign แล้วค่อยถามทีหลังว่าธุรกิจขายอะไร ขั้นตอนก่อนเริ่มจึงควรดูองค์ประกอบพื้นฐานให้ชัดก่อน
- สินค้าและบริการ — อะไรคือสิ่งที่ต้องการขายผ่าน Campaign นี้
- กลุ่มลูกค้า — ลูกค้ากำลังมีปัญหาหรือความต้องการอะไร
- พื้นที่ให้บริการ — ขายทั่วประเทศหรือเฉพาะพื้นที่
- คำค้น — ลูกค้าน่าจะค้นหาอะไรเมื่อต้องการบริการนี้
- Landing Page — หลัง Click แล้วควรเห็นข้อมูลอะไร
- Conversion — ต้องการให้ลูกค้าโทร กรอกแบบฟอร์ม แชต หรือดำเนินการอะไร
- งบโฆษณา — กำหนดให้สัมพันธ์กับการแข่งขันและเป้าหมาย
สิ่งที่เราไม่รับประกัน: อันดับ 1 และยอดขาย
Google Ads เป็นระบบประมูลโฆษณาที่มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง เราจึงไม่ควรรับประกันว่าโฆษณาจะอยู่ “อันดับ 1 ตลอดเวลา” หรือจ่ายค่าโฆษณาแล้วจะเกิดยอดขายตามจำนวนที่กำหนด
สิ่งที่ทำได้คือวางโครงสร้าง Campaign ให้เหมาะสม ตรวจสอบข้อมูล ปรับตามผลที่เกิดขึ้น และทำให้ Landing Page มีข้อมูลเพียงพอสำหรับช่วยให้ผู้เข้าชมตัดสินใจว่าจะติดต่อธุรกิจหรือไม่
เป้าหมายไม่ใช่แค่ซื้อ Click ให้ได้เยอะที่สุด แต่คือใช้ข้อมูลเพื่อหาว่า Click แบบไหนมีคุณค่าต่อธุรกิจมากกว่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแพ็กเกจ Google Ads 5,900 บาท
5,900 บาท รวมค่าโฆษณาที่จ่ายให้ Google หรือไม่?
ไม่รวม ราคา 5,900 บาทเป็นค่าบริการตามขอบเขตแพ็กเกจ ได้แก่ การตั้งค่าและดูแล Google Ads 30 วัน พร้อมจัดทำ Sale Page และการติดตามผลตามที่กำหนด ส่วน Media Budget หรือค่าโฆษณาที่ Google เรียกเก็บแยกต่างหาก
Sale Page ฟรีจริงหรือไม่?
ภายใต้แพ็กเกจนี้ไม่มีค่าจัดทำ Sale Page เพิ่มสำหรับขอบเขตงานที่กำหนด หากมีความต้องการเพิ่มเติมนอกเหนือจากแพ็กเกจ เช่น ระบบเฉพาะทางหรือฟังก์ชันเพิ่มเติม ควรประเมินรายละเอียดก่อนเริ่มงาน
ดูแล Google Ads กี่วัน?
แพ็กเกจนี้มีระยะเวลาดูแล Campaign 30 วัน โดยเริ่มนับตามเงื่อนไขการเริ่มให้บริการที่ตกลงกัน
Google Ads เริ่มมีคนเข้าเว็บทันทีหรือไม่?
หลัง Campaign ถูกตั้งค่าและโฆษณามีสถานะพร้อมแสดง Google สามารถเริ่มนำโฆษณาเข้าสู่ระบบประมูลได้ แต่จำนวน Impression, Click และ Traffic จริงขึ้นอยู่กับ Keyword, Budget, Targeting, การแข่งขัน และคุณภาพของ Campaign
สามารถเลือกพื้นที่ยิงโฆษณาได้หรือไม่?
Google Ads มีความสามารถด้าน Location Targeting จึงสามารถกำหนดพื้นที่ตามที่แพลตฟอร์มรองรับได้ การตั้งค่าที่เหมาะสมควรพิจารณาจากพื้นที่ที่ธุรกิจให้บริการจริง
ถ้ามีเว็บไซต์อยู่แล้ว ยังต้องทำ Sale Page หรือไม่?
ไม่ใช่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องสร้างหน้าใหม่ หากเว็บไซต์เดิมมี Landing Page ที่ตรงกับ Search Intent โหลดเร็ว ใช้งานบนมือถือดี และมี Conversion Path ชัดเจน ก็สามารถประเมินการใช้หน้าเดิมได้ แต่ในแพ็กเกจนี้มี Sale Page รองรับสำหรับกรณีที่หน้าเดิมยังไม่เหมาะกับ Campaign
ครบ 30 วันแล้วทำอย่างไรต่อ?
เมื่อครบระยะเวลา สามารถนำข้อมูลที่ได้จาก Campaign มาประเมินต่อว่า Keyword, โฆษณา และ Landing Page ส่วนใดทำงานได้ดี และค่อยตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อ ปรับงบ หรือปรับกลยุทธ์ในรอบถัดไป
เริ่ม Google Ads โดยไม่ปล่อยให้ Landing Page เป็นจุดอ่อน
เงินที่ใช้กับ Google Ads ไม่ได้จบตอนมีคนกดโฆษณา เพราะ Click เป็นเพียงการพาคนมาถึงหน้าร้านออนไลน์ของคุณ
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหากที่ต้องออกแบบให้ดี ลูกค้าต้องเข้าใจบริการ เห็นเหตุผลที่จะเลือกคุณ และหาช่องทางติดต่อได้โดยไม่ต้องค้นหาหลายหน้า
แพ็กเกจ Google Ads 5,900 บาท จึงรวมการดูแล Campaign 30 วันเข้ากับ Sale Page และข้อมูลสำหรับติดตามผล เพื่อให้ธุรกิจเริ่มต้นจากองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ซื้อ Traffic อย่างเดียวแล้วค่อยแก้หน้าเว็บภายหลัง
ก่อนตัดสินใจ สามารถพูดคุยรายละเอียดสินค้า บริการ พื้นที่ และเป้าหมายของ Campaign ก่อนได้ หากธุรกิจหรือสินค้าบางประเภทมีข้อจำกัดตามนโยบาย Google Ads เราจะแนะนำให้ตรวจสอบความเหมาะสมก่อนเริ่มโฆษณา
ค่าบริการ 5,900 บาท / ดูแล 30 วัน / Sale Page ตามขอบเขตแพ็กเกจโดยไม่มีค่าจัดทำเพิ่ม
ไม่รวม Media Budget ที่ชำระให้ Google Ads และบริการเพิ่มเติมนอกขอบเขตแพ็กเกจ
บทความที่น่าสนใจ


