Article

SaaS คืออะไร? คลาวด์ซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

SaaS (Software as a Service) คืออะไร? เคยไหมที่รู้สึกอยากใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เจ๋ง ๆ แต่ติดที่ราคาแพงหูฉี่ แถมยังต้องมาติดตั้งลงเครื่องให้ยุ่งยาก ลองนึกภาพว่าคุณสามารถ “เช่า” โปรแกรมเหล่านั้นมาใช้ได้ตลอดเวลา ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องเสียเงินก้อนเบ้อเริ่มไปซื้อขาด แถมไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ นั่นแหละครับ! คือแนวคิดเบื้องต้นของ SaaS (Software as a Service) ซึ่งเป็นบริการซอฟต์แวร์แบบ Cloud Computing ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

SaaS เปรียบเหมือนกับการเช่าของเล่น แทนที่จะซื้อขาด

ในกรณีของซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม เราจำเป็นต้องซื้อลิขสิทธิ์มาติดตั้งลงเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเอง ซึ่งมักจะมีราคาแพง แถมยังต้องคอยอัปเดตเวอร์ชันใหม่ ๆ อยู่เสมอ แต่กับ SaaS ผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแลระบบทั้งหมด เราแค่จ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือนหรือรายปี ก็สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ได้อย่างสะดวกสบาย

ตัวอย่างของ SaaS ที่เราคุ้นเคย

ได้แก่ โปรแกรมสำหรับทำงานอย่าง Microsoft Office 365 หรือ Google Workspace ที่มีทั้ง Word, Excel, PowerPoint ไปจนถึง อีเมล์ และระบบจัดเก็บข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีบริการประเภทอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น Dropbox สำหรับเก็บไฟล์ออนไลน์, Slack สำหรับการสื่อสารภายในองค์กร หรือแม้แต่ LINE Business Connect สำหรับร้านค้าออนไลน์

ข้อดีของการใช้ SaaS

SaaS ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเพราะมีข้อดีมากมาย ดังนี้

ประหยัดต้นทุน

  • ไม่ต้องลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์: แทนที่จะจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์แบบถาวร ผู้ใช้ SaaS จ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี ซึ่งมักจะมีราคาถูกกว่ามาก โดยเฉพาะสำหรับองค์กรที่มีพนักงานจำนวนมาก
  • ไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์: ผู้ให้บริการ SaaS เป็นผู้ดูแลระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทั้งหมด ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

สะดวกสบาย ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา

  • ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์: ผู้ใช้สามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์ SaaS ได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องติดตั้งลงเครื่องคอมพิวเตอร์
  • เข้าถึงข้อมูลได้จากทุกอุปกรณ์: ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานซอฟต์แวร์ SaaS ได้ผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน

ปลอดภัย ข้อมูลไม่สูญหาย

  • ระบบสำรองข้อมูลบน Cloud: ผู้ให้บริการ SaaS มักมีระบบสำรองข้อมูลบน Cloud ที่มีความปลอดภัยสูง ช่วยป้องกันข้อมูลสูญหาย กรณีที่ฮาร์ดดิสก์เสียหาย
  • มีมาตรการรักษาความปลอดภัย: ผู้ให้บริการ SaaS มักมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล ฯลฯ

SaaS เหมาะกับใครบ้าง?

SaaS เหมาะกับผู้ใช้งานทุกประเภท ดังนี้

บุคคลทั่วไป: บุคคลทั่วไปสามารถใช้ SaaS เพื่อทำงานส่วนตัว เช่น การเขียนเอกสาร การจัดเก็บไฟล์ การสื่อสาร ฯลฯ โดยไม่ต้องลงทุนซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพง

ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs): ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถใช้ SaaS เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยไม่ต้องลงทุนในระบบ IT ที่ซับซ้อน

องค์กรขนาดใหญ่: องค์กรขนาดใหญ่สามารถใช้ SaaS เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้งานซอฟต์แวร์ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลระบบ

ตัวอย่างของบริการ SaaS ยอดนิยม

SaaS มีให้บริการหลากหลายประเภท ตัวอย่างบริการ SaaS ยอดนิยม ได้แก่

เครื่องมือสำหรับทำงาน (Productivity Tools)

จัดเก็บข้อมูลบน Cloud (Cloud Storage)

การสื่อสาร (Communication)

การตลาด (Marketing)

  • Mailchimp
  • Hootsuite
  • HubSpot

ข้อควรระวังในการใช้ SaaS

แม้ว่า SaaS จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังบางประการ ดังนี้

การพึ่งพาอินเทอร์เน็ต: ผู้ใช้ SaaS จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานซอฟต์แวร์ กรณีที่อินเทอร์เน็ตขัดข้อง ผู้ใช้จะไม่สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ได้

ความปลอดภัยของข้อมูล: ผู้ใช้ควรเลือกผู้ให้บริการ SaaS ที่มีความน่าเชื่อถือและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

ข้อจำกัดของฟีเจอร์ในแพ็กเกจฟรี: ผู้ให้บริการ SaaS มักมีแพ็กเกจให้บริการหลายแบบ ฟีเจอร์ครบครันมักจะอยู่ในแพ็กเกจที่ต้องเสียค่าบริการ ผู้ใช้ควรศึกษาข้อจำกัดของฟีเจอร์ในแพ็กเกจฟรีก่อนตัดสินใจใช้งาน

แนวโน้มของ SaaS ในอนาคต

SaaS เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าในอนาคต SaaS จะมีการพัฒนาไปดังนี้

การพัฒนาฟีเจอร์และความสามารถ: ผู้ให้บริการ SaaS จะพัฒนาฟีเจอร์และความสามารถของซอฟต์แวร์ให้ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น: ผู้ให้บริการ SaaS จะให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยใช้วิธีการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ใช้

การผสานรวมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ: SaaS จะถูกผสานรวมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้

SaaS จะกลายเป็นมาตรฐาน: SaaS จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์ ผู้ใช้จะหันมาใช้ SaaS มากขึ้นแทนที่จะซื้อซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม

SaaS จะเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลก: SaaS จะเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากราคาที่ถูกลงและความสะดวกในการใช้งาน

บทสรุป

SaaS เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์และคุ้มค่า เหมาะกับผู้ใช้งานทุกประเภท SaaS ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา SaaS เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์ในอนาคต

FAQ

1. SaaS ต่างจากซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมอย่างไร?

ซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมจำเป็นต้องซื้อลิขสิทธิ์และติดตั้งลงเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เอง ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบในการอัปเดตและบำรุงรักษาซอฟต์แวร์เอง

SaaS ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อลิขสิทธิ์หรือติดตั้งซอฟต์แวร์ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการ SaaS เป็นผู้ดูแลระบบ อัปเดต และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ทั้งหมด

2. SaaS มีความปลอดภัยหรือไม่?

ผู้ให้บริการ SaaS ที่มีความน่าเชื่อถือจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล ฯลฯ ผู้ใช้ควรเลือกผู้ให้บริการ SaaS ที่มีความน่าเชื่อถือและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ชัดเจน

3. SaaS เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กหรือไม่?

SaaS เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กมาก SaaS ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กประหยัดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยโดยไม่ต้องลงทุนในระบบ IT ที่ซับซ้อน

4. การใช้งาน SaaS มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

ผู้ใช้ SaaS จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานซอฟต์แวร์ ฟีเจอร์ครบครันมักจะอยู่ในแพ็กเกจที่ต้องเสียค่าบริการ ผู้ใช้ควรศึกษาข้อจำกัดของฟีเจอร์ในแพ็กเกจฟรีก่อนตัดสินใจใช้งาน

5. อนาคตของ SaaS เป็นอย่างไร?

SaaS เป็นเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าในอนาคต SaaS จะมีการพัฒนาฟีเจอร์และความสามารถมากยิ่งขึ้น SaaS จะให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น SaaS จะถูกผสานรวมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) SaaS จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์ และ SaaS จะเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลกมากขึ้น