SEOArticle

Core Web Vitals คืออะไร? เสริมเว็บไซต์คุณให้ติดอันดับปัง!

เคยไหมที่คุณเข้าเว็บไซต์แล้วรู้สึกหงุดหวิด เพราะกว่าหน้าจะโหลดเสร็จ ก็กาแฟหมดแก้วไปแล้ว? หรือคลิกอะไรไป รอจนลืมไปเลยว่าจะกดอะไร? ปัญหานี้แหละครับ ที่ส่งผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience: UX) บนเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออันดับการค้นหา (Search Engine Ranking) ด้วย!

Core Web Vitals คือชุดเครื่องมือที่ Google ใช้ในการวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ โดยมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ผู้ใช้เป็นสำคัญ

ทำไม Core Web Vitals ถึงสำคัญ?

ลองนึกภาพตัวเองกำลังจะหาข้อมูล รีวิวร้านอาหาร เจอเว็บไซต์นึง น่าสนใจ รูปภาพสวยงาม แต่กว่าจะโหลดรูปแต่ละรูปเสร็จ รอจนหิวโหยไปแล้ว! คุณจะรอต่อ หรือปิดเว็บไปหาเว็บอื่นที่โหลดเร็วกว่า? แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่จะเลือกเว็บที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย สะดวกสบายกว่า

ประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) คือหัวใจ

Google ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) บนเว็บไซต์เป็นอย่างมาก เพราะส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ใช้ เว็บไซต์ที่โหลดช้า คลิกอะไรแล้วหน่วง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกหงุดหวิด ย่อมส่งผลต่ออันดับการค้นหา (Search Engine Ranking) ในทางกลับกัน เว็บไซต์ที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้รู้สึกพึงพอใจ อยู่บนเว็บไซต์นานขึ้น ก็เหมือนกับร้านค้าปลีก ถ้าลูกค้าเดินเข้ามาแล้ว หาของไม่เจอ พนักงานไม่บริการ ร้านค้าก็คงอยู่ได้ยาก

เว็บไซต์รวดเร็ว = ประสบการณ์ที่ดี

Core Web Vitals เปรียบเสมือนมาตรฐานที่ Google ใช้ในการวัดความรวดเร็ว ความเสถียรของภาพ และความตอบสนองของเว็บไซต์ เหมือนกับการมีไม้บรรทัดมาวัดความยาว! ยิ่งเว็บไซต์ของคุณมีคะแนน Core Web Vitals ที่ดี ก็ยิ่งส่งผลต่ออันดับการค้นหาที่ดีขึ้น

3 เสาหลักของ Core Web Vitals

Core Web Vitals ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัดหลัก ดังนี้

1. Largest Contentful Paint (LCP)

LCP วัดระยะเวลาที่คอนเทนต์ส่วนใหญ่บนหน้าเว็บไซต์โหลดเสร็จสมบูรณ์ เปรียบเสมือนการรอคอยให้อาหารจานเด็ดปรุงเสร็จสรรพ**

เป้าหมาย: LCP ควรน้อยกว่า** 2.5 วินาที**

วิธีวัด LCP:

  • เครื่องมือ** PageSpeed Insights** จาก** Google**
  • เครื่องมือ** Lighthouse** จาก** Chrome DevTools**

วิธีปรับปรุง LCP:

  • ปรับขนาดรูปภาพ: ลดขนาดรูปภาพโดยไม่สูญเสียคุณภาพ
  • ใช้ WebP: ใช้รูปแบบรูปภาพ** WebP** แทน** JPEG** หรือ** PNG**
  • ใช้ Lazy Loading: โหลดคอนเทนต์เฉพาะเมื่อผู้ใช้เลื่อนหน้าจอ
  • แคช Static Assets: แคชไฟล์** CSS** JavaScript และรูปภาพ
  • อัปเกรดโฮสต์: เลือกใช้โฮสต์ที่มีประสิทธิภาพสูง

2. First Input Delay (FID)

FID วัดความตอบสนองของเว็บไซต์ต่อการคลิกหรือโต้ตอบ เปรียบเสมือนการรอคอยให้พนักงานรับออเดอร์อาหาร**

เป้าหมาย: FID ควรน้อยกว่า** 100 มิลลิวินาที**

วิธีวัด FID:

  • เครื่องมือ** PageSpeed Insights** จาก** Google**
  • เครื่องมือ** Lighthouse** จาก** Chrome DevTools**

วิธีปรับปรุง FID:

  • ลด JavaScript : ลดขนาด** JavaScript** หรือลบ JavaScript ที่ไม่จำเป็น
  • แคช Static Assets: แคชไฟล์** CSS** JavaScript และรูปภาพ
  • อัปเกรดโฮสต์: เลือกใช้โฮสต์ที่มีประสิทธิภาพสูง
  • ลด Third-Party Scripts: ลดจำนวนสคริปต์จากเว็บไซต์อื่น
  • เพิ่ม Web Worker: กระจายงานประมวลผล** JavaScript** ไปยัง** Thread** แยก

3. Cumulative Layout Shift (CLS)

CLS วัดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งขององค์ประกอบบนหน้าเว็บไซต์ขณะโหลด เปรียบเสมือนความรู้สึกไม่สบายตาขณะอ่านหนังสือ

เป้าหมาย: CLS ควรน้อยกว่า** 0.1**

วิธีวัด CLS:

  • เครื่องมือ** PageSpeed Insights** จาก** Google**
  • เครื่องมือ** Lighthouse** จาก** Chrome DevTools**

วิธีปรับปรุง CLS:

  • หลีกเลี่ยง การใช้ Absolute Positioning: หลีกเลี่ยงการกำหนดตำแหน่งองค์ประกอบโดยใช้** Absolute Positioning**
  • ใช้ Grid Layout หรือ** Flexbox**: ใช้** Grid Layout** หรือ** Flexbox** จัดการองค์ประกอบบนหน้าเว็บไซต์
  • โหลด Fonts อย่าง ถูกต้อง: โหลด** Fonts** อย่าง ถูกต้อง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งตัวอักษร
  • ทดสอบ เว็บไซต์ อย่างละเอียด: ทดสอบเว็บไซต์ บน อุปกรณ์ หลากหลาย

ทำไมต้องมี 3 ตัวชี้วัดนี้?

ทั้ง 3 ตัวชี้วัด เปรียบเสมือนตัวแทนที่บ่งบอกถึงประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) บนเว็บไซต์ของคุณ

  • LCP : วัดความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ เหมือนกับการวัดระยะเวลาที่ใช้เดินทางไปร้านอาหาร! เว็บไซต์ที่โหลดช้า ทำให้ผู้ใช้รอคอยนาน รู้สึกหงุดหวิด
  • FID : วัดความตอบสนองของเว็บไซต์ต่อการคลิกหรือโต้ตอบ เหมือนกับการวัดระยะเวลาที่ใช้สั่งอาหาร! เว็บไซต์ที่ตอบสนองช้า ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่สะดวก
  • CLS : วัดความเสถียรของหน้าเว็บไซต์ เหมือนกับการวัดความสบายตาขณะอ่านหนังสือ! เว็บไซต์ที่มีภาพเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงตำแหน่งบ่อย ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่สบายตา

ดังนั้น เว็บไซต์ที่มีคะแนนทั้ง 3 ตัวชี้วัดนี้ดี หมายความว่า เว็บไซต์ของคุณมีประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) ที่ดี นั่นเอง!

วิธีตรวจสอบ Core Web Vitals

Google มีเครื่องมือฟรี ให้คุณตรวจสอบคะแนน Core Web Vitals ของเว็บไซต์ได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. เข้าเว็บไซต์ https://pagespeed.web.dev/
  2. ใส่ URL ของเว็บไซต์ที่ต้องการตรวจสอบ
  3. คลิกปุ่ม “วิเคราะห์”
  4. รอระบบวิเคราะห์
  5. ดูคะแนน Core Web Vitals ของเว็บไซต์

ตัวอย่างเครื่องมือ: Google PageSpeed Insights

Google PageSpeed Insights เป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในการตรวจสอบคะแนน Core Web Vitals เครื่องมือนี้จะวิเคราะห์เว็บไซต์ของคุณ และให้คำแนะนำในการปรับปรุงประสิทธิภาพ

ปรับแต่งเว็บไซต์ให้คะแนน Core Web Vitals ดีขึ้น

มีหลายวิธีที่คุณสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ให้คะแนน Core Web Vitals ดีขึ้น ดังนี้

  • ปรับขนาดรูปภาพ: รูปภาพขนาดใหญ่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้า คุณควรปรับขนาดรูปภาพให้เล็กลง โดยไม่ทำให้สูญเสียคุณภาพ
  • ใช้แคช (Caching): แคช (Caching) จะช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องโหลดข้อมูลซ้ำๆ
  • ลดสคริปต์ที่ไม่จำเป็น: สคริปต์ที่ไม่จำเป็นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้า คุณควรลบสคริปต์ที่ไม่จำเป็นออกจากเว็บไซต์
  • เลือกใช้โฮสต์คุณภาพ: โฮสต์คุณภาพมีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์ คุณควรเลือกใช้โฮสต์ที่มีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มประสิทธิภาพ Code: การเขียน Code ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น

การปรับแต่งเว็บไซต์ให้คะแนน Core Web Vitals ดีขึ้น ส่งผลดีต่อประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) ของเว็บไซต์ ซึ่งจะส่งผลต่ออันดับการค้นหา (Search Engine Ranking) เว็บไซต์ของคุณในทางที่ดีขึ้น

สรุป

Core Web Vitals เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางสู่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ เว็บไซต์ที่มีคะแนน Core Web Vitals ดี ย่อมมีประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) ที่ดี ส่งผลต่ออันดับการค้นหา (Search Engine Ranking) และดึงดูดผู้ใช้ให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น

การปรับแต่งเว็บไซต์ให้คะแนน Core Web Vitals ดีขึ้น ไม่ได้เป็นเรื่องยาก เพียงแค่คุณใส่ใจรายละเอียด และลงมือทำ เว็บไซต์ของคุณก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้น ใช้งานง่าย และดึงดูดผู้ใช้ให้เข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้นอย่างแน่นอน

ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กับเว็บไซต์ของคุณ แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง!

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. คะแนน Core Web Vitals มีผลต่ออันดับการค้นหา (Search Engine Ranking) มากแค่ไหน?

ตอบ: คะแนน Core Web Vitals เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ Google ใช้ในการจัดอันดับการค้นหา (Search Engine Ranking) เว็บไซต์ที่มีคะแนน Core Web Vitals ดี ย่อมมีโอกาสติดอันดับการค้นหาสูงขึ้น

2. เว็บไซต์ประเภทใดบ้างที่ควรให้ความสำคัญกับ Core Web Vitals?

ตอบ: เว็บไซต์ทุกประเภทควรให้ความสำคัญกับ Core Web Vitals โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ต้องการดึงดูดผู้ใช้ให้เข้ามาเยี่ยมชม เช่น เว็บไซต์ขายสินค้า เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์บล็อก

3. ควรตรวจสอบคะแนน Core Web Vitals ของเว็บไซต์บ่อยแค่ไหน?

ตอบ: คุณควรตรวจสอบคะแนน Core Web Vitals ของเว็บไซต์เป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละครั้ง

4. มีเครื่องมืออื่นๆ อีกไหมที่ใช้ตรวจสอบคะแนน Core Web Vitals?

ตอบ: มีเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมายที่ใช้ตรวจสอบคะแนน Core Web Vitals เช่น GTmetrix, WebPageTest

5.ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ให้คะแนน Core Web Vitals ดีขึ้นหรือไม่?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับความรู้และทักษะของคุณ หากคุณไม่มีความรู้เกี่ยวกับการปรับแต่งเว็บไซต์ การจ้างผู้เชี่ยวชาญก็เป็นตัวเลือกที่ดี

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ หากมีคำถามเพิ่มเติม หรือสนใจบริการจากทีมงานเรา สามารถสอบถามข้อมูลการติดต่อด้านล่าง Footer ได้เลยครับ!

อ้างอิงข้อมูล

https://developers.google.com/search/docs/appearance/core-web-vitals?hl=th