ArticleSEO

8 ข้อควรรู้ก่อนจ้างบริษัทรับทำ SEO

ในยุคดิจิทัล การทำ SEO กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำการตลาดออนไลน์ ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับต้นๆ บน Search Engine โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา ส่งผลให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จัก เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการ และสร้างผลกำไร

อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนบริษัทรับทำ SEO ที่เพิ่มมากขึ้น หลายคนอาจสับสนว่าควรเลือกบริษัทไหนดี บทความนี้จึงขอนำเสนอ 8 ข้อควรรู้ก่อนจ้างบริษัทรับทำ SEO เพิ่มเติมจากบทความก่อนหน้า เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด

นำเสนอ 8 ข้อควรรู้ก่อนจ้างบริษัทรับทำ SEO

1. ไม่พูดเกินจริง

ไม่มีใครสามารถการันตีอันดับ Keyword บน Search Engine ได้ เพราะ Google เป็นผู้กำหนดอัลกอริทึมเอง บริษัทที่พูดเกินจริง เช่น รับประกันอันดับ 1 อาจใช้วิธีการที่ผิดกฎ ส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ของคุณในระยะยาว

2. มีกระบวนการทำงานที่ชัดเจน

บริษัท SEO ที่ดีควรมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์เว็บไซต์ (On-site technical audit) กำหนดกลยุทธ์ และติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เน้นแค่การสร้าง Backlink หรือ Keyword

3. ยกเลิกสัญญาได้หากผลงานไม่ดี

สัญญาจ้าง SEO มักมีระยะเวลา 6 เดือน – 1 ปี ควรตกลงเรื่องการยกเลิกสัญญากรณีผลงานไม่ดี เพื่อป้องกันความเสียหาย

4. อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับ Search Engine Algorithm อยู่เสมอ

บริษัท SEO ควรมีความรู้และเข้าใจ Algorithm ของ Search Engine อยู่เสมอ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง

5. ไม่ได้มุ่งเน้นแค่อันดับ Keyword

SEO ที่ดีควรช่วยเพิ่มยอดขาย (ROI) และ Conversion Rate (อัตราการแปลงผู้เข้าชมเป็นลูกค้า) ไม่ใช่แค่เน้นอันดับ Keyword

6. อันดับ Keyword และ Traffic ไม่แน่นอน

อันดับ Keyword และ Traffic บน Search Engine เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ควรเลือกบริษัทที่ช่วยคุณรักษาอันดับและ Traffic ในระยะยาว

7. มีผลงานที่น่าเชื่อถือ

บริษัท SEO ควรมีผลงานที่ผ่านมาให้ตรวจสอบ เพื่อเป็นหลักฐานว่าสามารถทำ SEO ได้จริง

8. เสนอราคาที่สมเหตุสมผล

ราคา SEO ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดเว็บไซต์ ความยากง่ายของ Keyword ควรเปรียบเทียบราคาจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ

ข้อดีของการจ้างบริษัทรับทำ SEO

  • ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับต้นๆ บน Search Engine เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า
  • เพิ่ม Traffic บนเว็บไซต์ ส่งผลต่อยอดขายและ Conversion Rate
  • สร้าง Brand Awareness ให้กับธุรกิจของคุณ
  • ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการทำ SEO ด้วยตัวเอง
  • ได้รับคำแนะนำและกลยุทธ์ SEO ที่มีประสิทธิภาพจากทีมผู้เชี่ยวชาญ

FAQ

1. การทำ SEO ใช้เวลานานแค่ไหน?

การทำ SEO ต้องใช้เวลาและความอดทน ผลลัพธ์ที่ชัดเจนอาจต้องใช้เวลา 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น การแข่งขัน Keyword คุณภาพเว็บไซต์ กลยุทธ์ SEO

2. SEO สายขาวและสายดำต่างกันอย่างไร?

  • SEO สายขาว: เน้นวิธีการที่ถูกต้องตามหลักของ Search Engine มุ่งเน้นสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ
  • SEO สายดำ: เน้นวิธีการที่ผิดกฎ เช่น การซื้อ Backlink การสร้าง Spam Keyword ส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ในระยะยาว

3. ควรเลือกบริษัท SEO อย่างไร?

  • พิจารณาจาก 8 ข้อควรรู้ที่กล่าวมาข้างต้น
  • เปรียบเทียบราคาและบริการจากหลายบริษัท
  • ขอคำแนะนำจากผู้ใช้งานจริง
  • เลือกบริษัทที่มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญและเข้าใจธุรกิจของคุณ

4. มีวิธีตรวจสอบผลงานของบริษัท SEO อย่างไร?

  • ติดตามอันดับ Keyword บน Search Engine
  • วิเคราะห์ Traffic บนเว็บไซต์
  • ตรวจสอบ Conversion Rate
  • ขอรายงานผลงานจากบริษัท SEO เป็นประจำ

5. การทำ SEO มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายในการทำ SEO ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดเว็บไซต์ ความยากง่ายของ Keyword กลยุทธ์ SEO บริษัท SEO ที่เลือก โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน

6. การทำ SEO เหมาะกับธุรกิจทุกประเภทหรือไม่?

การทำ SEO เหมาะกับธุรกิจทุกประเภท แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ กลยุทธ์ SEO และการแข่งขันในตลาด

7. มีวิธีอื่นใดบ้างในการเพิ่มอันดับเว็บไซต์บน Search Engine?

  • การทำ SEM (Search Engine Marketing)
  • การทำ Social Media Marketing
  • การสร้าง Content Marketing
  • การทำ Email Marketing

8. การทำ SEO มีความเสี่ยงหรือไม่?

การทำ SEO มีความเสี่ยงอยู่บ้าง เช่น การถูก Google ลงโทษหากใช้วิธีการที่ผิดกฎ แต่หากเลือกบริษัท SEO ที่ดีและใช้วิธีการที่ถูกต้อง ความเสี่ยงก็จะน้อยลง

บทสรุป

การจ้างบริษัทรับทำ SEO เป็นทางเลือกที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับต้นๆ บน Search Engine เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า เพิ่ม Traffic บนเว็บไซต์ ส่งผลต่อยอดขายและ Conversion Rate

อย่างไรก็ตาม คุณควรศึกษาข้อมูลและเลือกบริษัท SEO อย่างรอบคอบ พิจารณาจาก 8 ข้อควรรู้ ข้อดี FAQ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจของคุณ

สนใจลงทะเบียน ในบริหาร SEO แบบ On Page และ Off Page สร้างยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ คลิก https://bit.ly/RegWisdomSEO


เพิ่มเติมความรู้ SEO (ข้อมูลด้านล่างอาจไม่ถูกต้องทั้งหมดเป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น)

Conversion Rate (อัตราการแปลง) คือ สัดส่วนของผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ดำเนินการตามที่ต้องการของธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น
  • เว็บไซต์ขายสินค้า: Conversion Rate อาจหมายถึง สัดส่วนของผู้เข้าชมที่ซื้อสินค้า
  • เว็บไซต์สมัครสมาชิก: Conversion Rate อาจหมายถึง สัดส่วนของผู้เข้าชมที่กรอกข้อมูลสมัครสมาชิก
  • แคมเปญโฆษณา: Conversion Rate อาจหมายถึง สัดส่วนของผู้ที่เห็นโฆษณาแล้วคลิกลิงก์
สูตรคำนวณ Conversion Rate
Conversion Rate = (จำนวนผู้ที่ดำเนินการตามที่ต้องการ / จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด) x 100 

ตัวอย่าง เว็บไซต์มีผู้เข้าชม 1,000 คน และมี 100 คนที่ซื้อสินค้า Conversion Rate จะเท่ากับ 10%

ประโยชน์ของ Conversion Rate
  • ช่วยวัดผลลัพธ์ของการตลาดออนไลน์
  • ช่วยประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
  • ช่วยปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ROI (Return on Investment) ในทาง SEO หมายถึง ผลตอบแทนจากการลงทุน ในการทำ SEO ซึ่งสามารถวัดได้จาก สัดส่วนของกำไรที่ได้จาก SEO เทียบกับค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไป

สูตรคำนวณ ROI (SEO)
ROI (SEO) = ((มูลค่าผลตอบแทน - ค่าใช้จ่าย) / ค่าใช้จ่าย) x 100

ตัวอย่าง

  • ธุรกิจลงทุนทำ SEO 10,000 บาทต่อเดือน
  • SEO ช่วยเพิ่มยอดขาย 20,000 บาทต่อเดือน
  • กำไรจาก SEO = 20,000 – 10,000 = 10,000 บาท
  • ROI (SEO) = ((10,000) / 10,000) x 100 = 100%